อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

ฝันของเขา ทิม - พิธา นำผลผลิตไทยตีตลาดโลก

อาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2555 เวลา 00.00 น.

ความฝันอันสูงสุดของผมคือ การนำธุรกิจน้ำมันรำข้าวไทยไปสู่ตลาดโลก เพื่อพิสูจน์ว่าพืชผลเกษตรที่เติบโตบนแผ่นดินไทย บวกกับมันสมองและสองมือของลูกหลานไทย  จะทำชื่อเสียงให้เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกได้”

“ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หนุ่มนักธุรกิจวัย 30 ปี เปิดฉากพูดถึงเป้าหมายในอนาคตของเขาให้ฟัง  และว่าเขาต้องการให้น้ำมันรำข้าวของไทยเป็นที่จดจำของคนทั่วโลกเช่นเดียวกับน้ำมันมะกอกของอิตาลี, น้ำมันปาล์มจากมาเลเซีย หรืออย่างที่ผู้คนทั่วโลกนึกถึงคาโนล่าของแคนาดา หรือถั่วเหลืองของอเมริกา ความมุ่งมั่นในวันนี้ของคุณทิมคือ การสร้างรำข้าวไทยให้ทั่วโลกได้ประจักษ์

หลังจากที่ต้องดร็อปเรียนไว้กลางคัน และเข้ามาแบกรับภาระ รับผิดชอบบริหารงานบริษัทที่ติดลบและเป็นหนี้มหาศาล ในวันที่ต้องสูญเสียคุณพ่อ หนุ่มคนนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถโดยนำธุรกิจน้ำมันรำข้าวให้กลายเป็นธุรกิจพันล้านได้ภายในระยะเวลาอันสั้น  ช่วง 3 ปีมานี้ เขาได้กลับไปเรียนต่อและคว้าปริญญาโทควบ 2 ใบ นั่นคือ ปริญญาโทด้านการเมืองการปกครอง สาขาการบริหารภาครัฐ ที่ฮาร์เวิร์ด และด้านบริหารธุรกิจ จากเอ็มไอที สหรัฐอเมริกา พร้อม ๆ กับการบริหารธุรกิจบริษัทตามคำขอร้องสุดท้ายของคุณพ่อ

การคว้าใบปริญญา 2 ใบ จากสถาบันชั้นนำระดับโลก  ทำให้เขามีมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิมและกว้างขึ้น  ด้านหนึ่งจากฮาร์เวิร์ดคือการเข้าใจในระบบ กระบวนการและภาพในองค์รวมของภาครัฐ ขณะเดียวกันวิชาเรียนที่เอ็มไอที ก็ทำให้เข้าใจในมุมขององค์กรธุรกิจในการบริหารจัดการ  ทำให้เมื่อนำมาบูรณาการความรู้  จึงเกิดเป็นภาพกว้างของระบบธุรกิจในภาครัฐและภาคเอกชนอย่างชัดเจน

“การทำธุรกิจน้ำมันรำข้าว  ซึ่งวัตถุดิบหลักคือรำข้าว  ทุกวันนี้ราคาข้าวถูกกำหนดโดยรัฐบาล ส่วนการเพิ่มมูลค่าและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นเรื่องของเอกชน  ดังนั้นการทำธุรกิจต้องเข้าใจในนโยบายของรัฐ โดยนำมาบริหารจัดการแบบเอกชน จึงจะได้ผลสำเร็จที่ดี”

คุณทิมมองว่า รำข้าวไทยถือเป็นสินค้าที่มีศักยภาพมาก ด้วยว่าเป็นผลผลิตทางการเกษตรของคนไทย เป็นรากเหง้าของไทยซึ่งมีเรื่องราวที่สะท้อนความเป็นไทยในทุกรูปแบบ ตั้งแต่วิถีชีวิต แนวคิดของผู้คน  รำข้าวไทยมีคุณภาพยอดเยี่ยม มีคุณสมบัติและประโยชน์มากมายมหาศาล  สามารถนำมาแปรรูปเป็นสินค้าด้านความงามและสุขภาพ ทั้งผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่างวิตามินและอาหารเสริมต่าง ๆ เพื่อสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั่วโลก จึงเป็นที่มาของสินค้าแบรนด์ไทยคุณภาพระดับโลกที่ชื่อ TRBO (Thai Rice Bran Oil) และความฝันของหุน่มคนนี้ก็คือ การนำแบรนด์น้ำมันรำข้าวของไทยไปตีตลาดโลก
แนวคิดการทำธุรกิจของเขาจึงเป็นการทำธุรกิจในเชิงเพิ่มมูลค่า ซึ่งจะเป็นการเพิ่มอุปสงค์ไปโดยปริยาย “หากเป็นไปได้ ชาวนาก็จะไม่ต้องกังวลใจเรื่องราคารับจำนำข้าว หรือการประกันราคาข้าวจะไม่มีความหมายอีกต่อไป ด้วยว่าเราได้สร้างคุณค่าของรำข้าวให้เกินไปกว่าราคาในความเป็นจริง  เป็นการทำน้อยแต่ได้มาก  ชาวนาก็จะไม่มีคำว่า ทำมากได้น้อยเหมือนที่ผ่าน ๆ มา” นี่คือแผนธุรกิจของเขา

การเพาะบ่มแนวคิดและการเรียนรู้จากการได้เข้าไปศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ทำให้คุณทิมได้รับโอกาสดี ๆ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้มีความรู้ความสามารถระดับโลก หลายคนเป็นคนดัง อาทิ บิล เกตส์,วอร์เรน บัฟเฟตต์, มิตเทล (เศรษฐีเหล็ก) ซึ่งทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยุคนี้เป็นยุคของ “บูรพาภิวัฒน์” คือทองคำอยู่ในดิน  ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าจะขุดดินหาเหมืองทอง  แต่เป็นการสร้างความร่ำรวยจากดินด้วยพืชผลและผลผลิตที่สร้างบนดิน  ผนวกกับการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ

ประสบการณ์จากสถาบันชั้นนำ ผู้คน รวมไปถึงการหล่อหลอมเรียนรู้จากครอบครัว ทำให้คุณทิมมีความคิดที่แตกต่างและเปิดกว้างเสมอ โดยเฉพาะการมีที่ปรึกษาพิเศษ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่เขาสนิทและเคารพรัก อย่าง ไมเคิล พอร์เตอร์ นักคิด นักเขียน และที่ปรึกษาคนดัง ซึ่งปัจจุบันนอกจากจะเป็นอาจารย์สอนที่ฮาร์เวิร์ดแล้ว ไมเคิล พอร์เตอร์ ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลทั่วโลก รวมทั้งรัฐบาลไทยด้วย

นับเป็นอีกหนึ่งนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่พร้อมรับสำหรับการแข่งขัน อันจะนำพาผลผลิตไทยให้ไปไกลบนเวทีโลก.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0