อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

กสิกรไทยปูทางลูกค้าสู่พม่า ต่อยอดธุรกิจตลาดต่างแดน

พฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2556 เวลา 00.00 น.

แบงก์กสิกรไทยเปิดสำนัก งานผู้แทนแห่งใหม่ที่ประเทศเมียนมาร์ หรือพม่าหลังจากเปิดประเทศอ้าแขนรับนักลงทุนต่างชาติทำให้นักลงทุนทั่วโลกหันมาจับจ้องดินแดนที่อยู่หลังม่านเหล็กแห่งนี้ หวังเข้ามาปักธงขยายสู่ตลาดอู่ข้าวอู่น้ำแห่งใหม่ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง โดย “สมเกียรติ ศิริชาติไชย” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารเน้นสร้างเครือข่ายกับธนาคารพันธมิตรต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ รวมถึงการเปิดสำนักงานผู้แทนในกลุ่มประเทศเป้าหมายตามยุทธศาสตร์การเป็นเอเชี่ยนแบงก์ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักธุรกิจที่ต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ 

สำหรับการเปิดสำนักงานตัวแทนที่พม่า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจไทยที่ต้องการเข้าไปลงทุนหรือต้องการหาตลาดใหม่เพื่อส่งสินค้าไปยังประเทศพม่า ด้วยบริการข้อมูลและคำปรึกษาแบบครบวงจรหรือวันสต๊อปเซอร์วิส ทั้งเรื่องการตลาดเชิงลึก ข้อมูลการค้าการลงทุน กฎหมายเครือข่ายธุรกิจที่สำคัญต่าง ๆ รวมทั้งสถาบันการเงินของท้องถิ่น

นอกจากนี้ยังให้คำปรึกษาทางด้านต่อยอดธุรกิจ โดยการจับคู่ธุรกิจ จากฐานลูกค้าของธนาคาร ซึ่งมีทั้งนักธุรกิจไทยที่สนใจเข้าไปลงทุนในประเทศพม่าและเครือข่ายนักธุรกิจของพม่าในหลากหลายอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันได้จัดห้องประชุมระหว่างประเทศ ให้นักธุรกิจพม่าและนักธุรกิจไทยสามารถติดต่อธุรกิจกันเบื้องต้นผ่านช่องทางสำนักงานตัวแทนได้

สำหรับโอกาสและความสำเร็จจากการลงทุนในพม่าจะมีมากน้อยแค่ไหนนั้นมุมมองนักธุรกิจชั้นนำของเมืองไทยอย่าง “พิพัฒน์ พะเนียงเวช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ที่ระบุว่า กำลังวางแผนขยายโรงงานผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า ที่จังหวัดมัณฑะเลย์ ประเทศพม่าเป็นแห่งที่ 2 จากปัจจุบันที่ย่างกุ้ง เพราะกำลังการผลิตที่ย่างกุ้งเต็มแล้ว  และปัจจุบันยอดขายสินค้าส่วนใหญ่อยู่มัณฑะเลย์ทำให้ไม่สามารถรอการพัฒนาให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมได้ โดยการลงทุนก่อสร้างโรงงานครั้งนี้ใช้งบ 200 ล้านบาท ซึ่งโรงงานใหม่จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตจาก 20,000 หีบต่อเดือนเป็น 60,000 หีบต่อเดือน และบริษัทจะร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นพม่าในสัดส่วนเดิมคือพม่า 30% กลุ่มสหัฒน์ 35% ที่เหลือบริษัทเป็นผู้ลงทุนเอง

ด้าน “ประศาสน์ ตั้งมติธรรม” กรรมการ บริษัท ศุลาลัย มองว่า สนใจลงทุนระยะยาวที่ประเทศพม่าลักษณะ เป็นออฟฟิศและเรสซิเดนท์เชียล โดยบริษัทจะลงทุนผ่านบริษัทลูกที่ตั้งขึ้นใหม่ในพม่า ด้วยการถือหุ้นเอง 100% ซึ่งโครงการเป็นสำนักงานออฟฟิศให้เช่า เพราะบริษัทได้สัญญาที่ดินในพม่า 30 ปี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอความชัดเจนด้านกฎหมายจากพม่า คาดว่าจะเห็นโครงการเป็นรูปธรรมในปีนี้ ขณะที่ “วันดี กุญชรยาคง”  ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ ระบุว่ามีแผนเข้ามาลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ เนื่องจากพม่ามีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าสูง อย่างไรก็ตามเบื้องต้นโมเดลการลงทุนเป็นรูปแบบของการขายไฟฟ้าให้กับชุมชน ซึ่งโครงการแรกจะอยู่มัณฑะเลย์ กำลังการผลิตประมาณ 2 เมกะวัตต์ เงินลงทุนเบื้องต้น 100-150 ล้านบาท ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น จากนั้นจะใช้โมเดลเดียวกันขยายการกระจายลงทุนไปชุมชนอื่น 
        
ฟาก “สุรงค์ บูลกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. มองว่า ปตท.มีแผนขยายการลงทุนในประเทศพม่า โดยธุรกิจต้นน้ำคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถขุดเจาะก๊าซธรรมชาติจากแหล่งโซติก้า ซึ่งเป็นแหล่งใหม่ในทะเลที่จะช่วยเพิ่มกำลังผลิตอีก 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพิ่มเติมจากแหล่งเดิมคือแหล่งเยตากุนและยาดานา ที่ปัจจุบันมีกำลังผลิตรวมกันอยู่ที่ 1,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน 
        
ฝั่ง “ไกรสร จันศิริ”  ประธานกรรมการบริษัทไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ เห็นว่าโมเดลธุรกิจในพม่าช่วงแรกจะนำสินค้าจากไทยมาขายผ่านพาร์ทเนอร์และทำการตลาด เนื่องจากขณะนี้บริษัทยังไม่สามารถขยายตลาดในพม่าได้อย่างเต็มที่เพราะการบริโภคของพม่านิยมบริโภคปลาซาดีนมากกว่าปลาทูน่า
        
ปิดท้ายที่ “ประเสริฐ มริตตนะพร” กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ช.การช่าง ระบุว่ากำลังศึกษาลู่ทางการลงทุนในพม่า โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภคและเขื่อน เนื่องจากพม่ามีความต้องการที่จะลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานอีกมาก

จากมุมมองของเซียนธุรกิจเห็นได้ว่า พม่าเป็นโอกาสใหม่สำหรับการลงทุนในหลาย ๆ ธุรกิจที่ต้องการขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจในอาเซียนหรือเออีซีที่ใกล้เข้ามาในอีก 2 ปีข้างหน้า  แต่ประเด็นที่นักธุรกิจไทยต้องระวังและทำการบ้านให้หนักคือ ระเบียบ กฎเกณฑ์ข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่ยังไม่ชัดเจนในหลายเรื่อง  ซึ่งหากพ้นขีดความเสี่ยงในจุดนี้ได้การใช้พม่าเป็นอีกหนึ่งฐานการผลิตธุรกิจใหม่เพื่อรองรับการเติบโตเออีซีในอนาคตก็มีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จ!.

สุกัญญา สังฆธรรม



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0