อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562

“ปู” โวผลสำเร็จเยือนอังกฤษผ่านรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน”

“ปู” โวนักลงทุนเมืองผู้ดียังเชื่อมั่นประเทศไทย และอยากเห็นความปรองดองทางการเมือง ใช้รัฐสภาเป็นเวทีแก้ปัญหา เตรียมถก “โอบาม่า-เหวิน เจีย เป่า” เสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2555 เวลา 00.02 น.

วันนี้ (17 พ.ย.) เมื่อเวลา 08.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” โดยได้พูดถึงความสำเร็จของการเดินทางไปเยือนสหราชอาณาจักร ในระหว่างวันที่ 12-15 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เป็นการส่วนพระองค์ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงสุด และเป็นการตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ของสองประเทศที่มีมายาวนานถึง  400 ปี รวมทั้งหารือกับนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และขอการสนับสนุนการลงทุน ช่วยเอกชนหาตลาดใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะการเดินทางครั้งนี้ได้นำภาคเอกชนไทยร่วมคณะไปด้วยถึง 70 กว่าบริษัท  นอกจากนี้ยังได้หารือถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ความร่วมมือด้านการศึกษา ที่สำคัญการได้พบกับเซอร์ เดวิด ริชาร์ด ประธานพรีเมียร์ลีก ของสหราชอาณาจักร ก็ได้ขอรับการสนับสนุนกิจกรรมเสริม การแลกเปลี่ยนความรู้ การศึกษาให้กับนักกีฬาไทย โดยเฉพาะในจังหวัดทางภาคใต้ เพื่อให้มีความผ่อนคลาย และทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น โดยในระยะสั้นเราจะได้ส่งนักกีฬาไทยไปเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางด้านฟุตบอลด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชม ห้างสรรพสินค้า เทสโก้ เพื่อขอความสนับสนุนครัวไทยสู่ครัวโลก ซึ่งจะให้ กระทรวงพาณิชย์ สร้างแบรนด์เพื่อส่งออก ส่วนร้านอาหารไทย  ก็จะสนับสนุนการจัดกิจกรรม และขายผ่านหน้าร้านต่าง ๆ พร้อมทั้งให้ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยแก่บริษัททัวร์ ที่จัดทัวร์ในประเทศไทยด้วย ซึ่งจากการพบปะและพูดคุย นักลงทุนส่วนใหญ่ยังให้ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย และสิ่งที่ทำให้รู้สึกภูมิใจหลังจากได้สอบถามเหตุผลจากบริษัทที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย คือบอกว่าคนไทยมีฝีมือดี มีความจริงจัง รับผิดชอบ ทำงานเรียบร้อย ที่สำคัญวัฒนธรรมของคนไทยเอื้อการลงทุน เพราะเราเป็นประชาธิปไตย มีความโปร่งใส เขาบอกว่าลงทุนในไทยแล้วสบายใจ ซึ่งถือเป็นจุดที่ได้เปรียบ

“นักลงทุนมองว่า ความผันผวน ความไม่มั่นคงทางการเมือง จะมีผลต่อเศรษฐกิจโดยตรง ถ้าประเทศขัดแย้งกัน มีความวุ่นวาย การพัฒนาต่างๆ ก็ไม่เกิดขึ้น ซึ่งเขาเป็นห่วงมาก ดังนั้นสิ่งที่เราสนับสนุนให้เกิดกระบวนการปรองดอง และทำให้มีการหารือกันด้วยสันติวิธี  ถือเป็นสิ่งที่ทั่วโลกยอมรับ โดยเฉพาะการเป็นระบอบประชาธิปไตยที่อาศัยการมีส่วนร่วม มีประชาชนเป็นจุดศูนย์กลาง สิ่งเหล่านี้เป็นตัวที่จะตอกย้ำความยั่งยืนของประเทศ ซึ่งหลังจากที่ดิฉันได้ชี้แจงกับนักลงทุนว่าทุกอย่างต้องไปตกลงกันที่รัฐสภา ใช้เวทีรัฐสภาพูดจากันและแก้ไขปัญหาให้ประเทศ  เขาก็มีความเข้าใจ เพราะเขาไม่อยากให้ใช้กลไกอื่น ๆที่นอกเหนือจากระบอบประชาธิปไตย” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวและว่า นอกจากนี้ในการหารือกับนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ก็ได้ให้ความสนใจสอบถามสถานการณ์ของประเทศไทย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ และสถานการณ์ทางการเมือง เขาอยากเห็นเราร่วมกันแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี และเป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย เพราะสหราชอาณาจักรสนับสนุนเวทีประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังกล่าวถึงหัวข้อที่จะหารือกับนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเดินทางมาเยือนไทยในวันที่ 18 พ.ย.นี้ และนายเหวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีจีน ในวันที่ 20-21 พ.ย. ว่า เนื้อหาที่เตรียมหารือกับทั้ง 2 ผู้นำก็จะเหมือนกับที่ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เพราะวันนี้ทุกประเทศต้องการเห็นการพัฒนาในภูมิภาคอาเซียน และให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะที่เราเป็นผู้ประสานงานกับกลุ่มประเทศอาเซียนได้ค่อนข้างดี รวมทั้งอยากเห็นความมั่นคงของเศรษฐกิจที่เป็นพื้นฐานของความมั่นคงทางการเมือง ดังนั้นเรื่องนี้จึงถือเป็นวาระแห่งชาติที่คนไทยทุกคนจะต้องช่วยกัน รัฐบาลเองก็พยายามทำให้เกิดบรรยากาศที่มีแต่สันติสุข และประสานงานร่วมกันให้เกิดเวทีของการมีส่วนร่วม.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0