อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

แปลกแต่จริง!“ภัยแล้ง-หมอกควัน”ในฤดูฝน?!

จันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2555 เวลา 00.47 น.

เข้าสู่เดือนสิงหาคม ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงฤดูฝน ทำให้ภูมิภาคต่าง ๆ รวมทั้งกรุงเทพฯ มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป และตกหนักบางแห่ง หลายพื้นที่เกิดสภาวะน้ำท่วมขังตามจุดต่าง ๆ โดยเฉพาะที่ลุ่ม เดือนร้อน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องระดมสูบน้ำออกเป็นการใหญ่ บ้างก็โดนพายุลมแรงทำพิษด้วย พัดพาเสาไฟฟ้าหักโค่น ทับรถ และข้าวของพังยับ!!

แต่ท่ามกลางสายฝนชุ่มฉ่ำ ยังมีอีกหลายจังหวัดทั้งที่ภาคอีสาน และภาคใต้ กำลังเผชิญความแห้งแล้งจากฝนทิ้งช่วง และปัญหาหมอกควัน ไฟป่า!! เป็นอีกหนึ่งความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในคราวเดียวกัน

เกี่ยวกับภาวะฝนทิ้งช่วง เว็บไซต์ศูนย์นิรภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์ว่า ล่าสุด จ.สุรินทร์ ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. 2 อำเภอ คือ อำเภอชุมพลบุรี และสำโรงทาบ พื้นที่ได้รับผลกระทบ และความเดือดร้อน 15 ตำบล 169 หมู่บ้าน 12,426 ครัวเรือน 30,000 คน พื้นที่การเกษตร รวม 118,180 ไร่

จ.บุรีรัมย์ พื้นที่ประสบภัยแล้ง 3 อำเภอ คือ อำเภอโนนสุวรรณ นางรอง และหนองกี่ พื้นที่ได้รับผลกระทบ และความเดือดร้อน 21 ตำบล 232 หมู่บ้าน

จ.นครศรีธรรมราช ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. 13 อำเภอ คือ อำเภอชะอวด เชียรใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ ปากพนัง หัวไทร เมือง สิชล ท่าศาลา จุฬาภรณ์ นบพิตำ พรหมคีรี ลานสกา และร่อนพิบูลย์ พื้นที่ได้รับผลกระทบ และความเดือดร้อน 93 ตำบล 827 หมู่บ้าน 107,375 ครัวเรือน 312,676 คน พื้นที่การเกษตร รวม 181,200 ไร่

จ.พัทลุง พื้นที่ประสบภัยแล้ง 8 อำเภอ คือ อำเภอเมือง ควนขนุน ศรีบรรพต บางแก้ว ป่าพะยอม เขาชัยสน ปากพะยูน และกงหรา พื้นที่ได้รับผลกระทบ และความเดือดร้อน 52 ตำบล 529 หมู่บ้าน 35,890 ครัวเรือน 115,204 คน พื้นที่การเกษตร รวม 188,208 ไร่

ทั้งนี้ ภาวะภัยแล้งในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ขณะนี้ เกิดขึ้นหนักที่สุดในรอบ 10 ปี ส่งผลกระทบกับอ่างเก็บน้ำหลายแห่งมีปริมาณน้ำลดลงอย่างมาก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งปฏิบัติการทำฝนเทียมช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วนแล้ว

ส่วนสถานการณ์หมอกควันไฟที่ปกคลุมพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างนั้น ปีนี้ค่อนข้างหนัก ทั้งผลพวงจากไฟไหม้ป่าบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย, ควันจากไฟไหม้พื้นที่ป่าพรุควนเคร็งซึ่งครอบคลุมพื้นที่ อ.เชียรใหญ่ อ.ชะอวด อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช และ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จากทั้งหมด 223,320 ไร่ เกิดไฟไหม้ไปแล้วกว่า 1 หมื่นไร่ รวมทั้งไฟป่าพรุในพื้นที่พัทลุง ประกอบกับสภาพอากาศแถบ จ.นครศรีธรรมราช กำลังประสบกับภาวะผลทิ้งช่วง มีฝนตกน้อย ทำให้กลุ่มควันคงลอยแผ่เข้าปกคลุมหลายพื้นที่ทั้ง จ.นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และสงขลา ซึ่งอาจกินระยะเวลายาวนานกว่าทุกปี

โดย เว็บไซต์ศูนย์นิรภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์หมอกควันจากไฟป่า ด้วยว่า จ.นครศรีธรรมราช ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ไฟป่า) ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. 2 อำเภอ คือ อำเภอชะอวด 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลบ้านตูล (หมู่ที่ 3, 4) และตำบลเคร็ง (หมู่ที่ 3, 6, 8, 9, 11) และเชียรใหญ่ ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว (หมู่ที่ 6) ขณะนี้ไฟป่ายังคงลุกไหม้พื้นที่ป่าพรุ ตำบลการะเกด (หมู่ที่ 4, 7, 8, 11, 12)

ขณะที่ เว็บไซต์สำนักจัดการคุณภาพอากาศ และเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานว่า จำนวนฮอตสปอตในเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย วันที่ 16 ส.ค. ลดลงเหลือ 89 จุด

“นอกจากนั้น สำนักจัดการคุณภาพอากาศ และเสียง กรมควบคุมมลพิษ ยังแนะนำวิธีป้องกันสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ว่า ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กอยู่ในระดับปานกลางอาจมีผลกระทบต่อผู้มีสุขภาพอ่อนแอ เด็ก และคนชรา จึงควรควรสวมหน้ากากกันฝุ่น หรือ ใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดปิดจมูก และปาก เมื่อต้องออกไปในบริเวณที่มีฝุ่นควัน, ปิดหน้าต่าง ประตู ป้องกันไม่ให้ฝุ่นควันเข้าบ้าน, ผู้เป็นโรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคปอด เด็ก และคนชรา ควรพักผ่อนอยู่ในบ้าน โดยเตรียมยา และอุปกรณ์จำเป็นให้พร้อม เมื่อมีอาการผิดปกติหลังสูดดมหมอกควันควรรีบพบแพทย์”

ยามนี้นอกจากความช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าทำฝนเทียมสร้างความชุ่มชื้นเพิ่มปริมาณน้ำบรรเทาแล้ง หรือ อีกด้าน กับการระดมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุดใหญ่เข้าควบคุมไฟป่า พร้อมนำเฮลิคอปเตอร์ตักน้ำเข้าดับไฟแล้ว ขณะเดียวกัน ความร่วมมือในการหลีกเลี่ยงการเผาในที่โล่งก็สำคัญ! และคงต้องลุ้นให้เกิดฝนตกลงมาถูกที่ถูกเวลาเพื่อช่วยคลายสาธารณภัยดังกล่าวให้เบาลงด้วย

เป็นเรื่องแปลกแต่จริงของธรรมชาติที่อาจพบเห็นได้ทุกปีในฤดูฝน ทั้งภัยแล้ง ภัยจากหมอกควันไฟป่า และภัยน้ำท่วมเกิดขึ้นพร้อมกัน ที่รัฐบาลจะต้องพร้อมรับมือ เพื่อช่วยเหลือประชาชน.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0