อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563

แบงก์กรุงเทพปักธงอิเหนาแตกสาขาเปิดประตูสู่เออีซี

พฤหัสบดีที่ 5 เมษายน 2555 เวลา 03.20 น.

ธนาคารกรุงเทพถือฤกษ์ 29 มี.ค. ที่ผ่านมาสยายปีก เปิดสาขาต่างประเทศสาขาที่ 26 ที่เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อก้าวสู่สังเวียนเวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี  2558 และรองรับการทำธุรกรรมของลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วโลก โดยมี นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฏ์ ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นหัวหน้าคณะนำทัพนักธุรกิจที่เป็นลูกค้าระดับวีไอพี และสื่อมวลชนเหินฟ้าร่วมเป็นสักขีพยานเปิดสาขาในครั้งนี้                  

นายโฆสิต กล่าวถึงที่มาที่ไปในการเลือกพื้นที่แห่งนี้ว่า เมืองสุราบายาเป็นเมืองกำลังพัฒนาที่สามารถให้บริการลูกค้าครอบคลุมในเมืองใกล้เคียง เช่น เมืองโมโจเกอร์โต เมืองชิโดอาร์โจ เมืองกรีชีค และเมืองปานดาน โดยธนาคารโลกได้ประเมินว่า อินโดนีเซียมีการเติบโตด้านเศรษฐกิจมีสัดส่วนที่สูงเฉลี่ยปีละ 6-7% มีทรัพยากรธรรมชาติมาก และประชากรส่วนใหญ่ของประเทศอายุ 30 ปี ถือว่าเป็นวัยทำงานแตกต่างจากไทยที่มีคนแก่มากกว่าคนวัยทำงาน และรัฐบาลอินโดนีเซียมีแผนที่จะเพิ่มปริมาณคนชั้นกลางมากขึ้น เพื่อลดปัญหาการยากจนในอีก 5 ปีข้างหน้าทำให้นักลงทุนทั่วโลกเข้ามาลงทุนในอินโดนีเซีย

นอกจากนี้ธนาคารต้องการให้บริการลูกค้าอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ที่ลูกค้าเข้าไปลงทุนซึ่งมีลูกค้าของธนาคารมาจากหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้  ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย และออสเตรเลีย ขณะเดียวกันธนาคารได้เพิ่มบุคลากรเพื่อให้คำแนะนำกับลูกค้า ส่วนอุตสาหกรรมที่นักลงทุนส่วนใหญ่เข้ามาลงทุนในอินโดนีเซีย เช่น ยานยนต์ ก่อสร้าง อาหาร โรงแรม อุตสาหกรรมด้านการเกษตร ขนส่ง

นายชาติศิริ  ระบุว่า  สัดส่วนสินเชื่อในกลุ่มอาเซียนของธนาคารอยู่ที่ 17-18% ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของสินเชื่อรวม และแนวโน้มมีโอกาสเติบโตมากขึ้น โดยปัจจุบันธนาคารขาดการตั้งสาขาที่ประเทศกัมพูชา  และกำลังยื่นขอเข้าไปตั้งสาขากับธนาคารกลางของกัมพูชา ส่วนประเทศพม่ามีเพียงสำนักงานตัวแทนเปิดมา 20 ปีแล้ว เพราะไม่อนุญาตให้เปิดสาขา  ขณะที่บรูไนนั้น ไม่มีฐานลูกค้าของธนาคารเข้าไปทำธุรกิจ

นายชลิต เตชัสอนันต์ ผู้จัดการทั่วไป  สาขาสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย  เล่าว่า ลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศเริ่มที่ขยายการลงทุนเข้ามาในอินโดนีเซียมากขึ้น ที่โดดเด่นคือ ชิ้นส่วนยานยนต์ และยานยนต์ เพราะตลาดมีอัตราการเติบโตสูง ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อไว้ 700 ล้านบาท จากเดิมในปี 54 ปล่อยสินเชื่อ 450 ล้านบาท หรือเติบโต 30% ขณะที่เอ็นพีแอลเฉลี่ยอยู่ที่ 4% ของพอร์ตสินเชื่อรวม สำหรับธนาคารต่างประเทศที่เข้ามาตั้งสาขาในอินโดนีเซียมี 11 แห่ง เช่น ซิตี้แบงก์ เอชเอสบีซี ส่วนธนาคารในประเทศของอินโดนีเซียเองมี 17 แห่ง

สำหรับนักธุรกิจที่ร่วมทริปครั้งนี้อย่าง “นายเปรมชัย กรรณสูต”  ประธานกรรมการบริษัท อิตาเลียนไทยดีเวลลอปเม้นท์ ให้ความเห็นว่า ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่น่าลงทุน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เข้ามาลงทุนทำเหมืองถ่านหินที่เกาะสุมาตรา ใช้งบลงทุน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  เพราะให้ผลตอบแทนเกือบ 100% ซึ่งมากกว่าการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน 

นายเย็บ ซู ชวน   ประ ธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปีโก ไฮเทค จำกัด ระบุว่า นโยบายการลงทุนของบริษัทเน้นกลุ่มประเทศเอเชีย โดยปัจจุบันบริษัทรับจ้างผลิตชิ้นส่วนให้กับค่ายรถในไทย เช่น ฟอร์ด ฮอนด้า และนิสสัน  ซึ่งในประเทศอินโดนีเซียยังไม่มีลูกค้า แต่ถ้าบริษัทไหนต้องการให้เราผลิตชิ้นส่วนเราก็พร้อมผลิตส่งให้ลูกค้าได้ทั่วโลก เพราะมีโรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง พื้นที่ 50 ไร่ ใช้เงินลงทุน 10,000 ล้านบาทนอกจากนี้เห็นว่าอินโดนีเซียเป็นประเทศที่น่าเข้ามาลงทุน เนื่องจากยอดขายรถยนต์ของอินโดนีเซียมีประมาณ 1 ล้านคัน และการเติบโตธุรกิจยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เริ่มโต

ด้าน นายสมพงษ์ ดาวพิเศษ ประธานกรรมการ บริษัท บุญถาวรเซรามิก เอเย่นต์สุขภัณฑ์รายใหญ่ในเมืองไทย ให้ความเห็นว่า  ณ เวลานี้ยังไม่เหมาะสมที่จะลงทุนเพราะว่าไม่พร้อม แต่เมื่อมีโอกาสจะขยายการลงทุนกลุ่มอาเซียน โดยรอให้เออีซีเดินหน้าก่อน และปัจจุบันบริษัทนำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย และจีนเข้ามาขายในไทย เพื่อมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ส่วนการเตรียมตัวรองรับการแข่งขันหลังเปิดเออีซีนั้น ได้มีการปรับซอฟต์แวร์ในสำนักงานใหญ่และสาขาในต่างจังหวัด 8 แห่ง เพื่อให้บริการลูกค้าได้รวดเร็วขึ้นและมีรูปแบบดีไซน์ที่ทันสมัย

การพัฒนาเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศของธนาคารกรุงเทพอย่างไม่หยุดยั้ง  เพื่อเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับภาคธุรกิจกระจายฐานการผลิต  และการส่งออกไปสู่นานาประเทศ  นับเป็นการเดินเคียงข้างลูกค้าอย่างแนบชิด ภายใต้สโลแกน “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน”.

สุกัญญา สังฆธรรม



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0