อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 กันยายน 2564

มาดามดัน วันที่ 23 ธันวาคม 2556

“เราไม่ได้จะโทษตุล แต่เราอยากให้เข้า ใจสักที ถึงจะเหลือกันอยู่แค่ 2 คนพี่น้อง แต่ชีวิตของพี่ติณก็ไม่ใช่ของตุล สักวันเขาก็ต้องอยู่กับคนที่เขารัก แล้วตุลก็ต้องอยู่กับคนที่ตุลรักเหมือนกัน” จันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2556 เวลา 00.00 น.

“ยังกล้ามาขอโทษชั้นอีกเหรอ...เพราะนายคนเดียวทำให้พี่ติณไม่มองหน้า ไม่คุยกับชั้น เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว”

“แล้วตุลจะให้เราทำยังไง เรื่องนี้เราไม่ได้เป็นคนก่อขึ้นมานะ”

“จะโทษชั้นคนเดียวใช่มั้ย”

“เราไม่ได้จะโทษตุล แต่เราอยากให้เข้า ใจสักที ถึงจะเหลือกันอยู่แค่ 2 คนพี่น้อง แต่ชีวิตของพี่ติณก็ไม่ใช่ของตุล สักวันเขาก็ต้องอยู่กับคนที่เขารัก แล้วตุลก็ต้องอยู่กับคนที่ตุลรักเหมือนกัน”

“คนที่ชั้นรักที่สุดมีแต่พี่ติณเท่านั้น”

“มีแค่พี่ติณคนเดียวจริง ๆ เหรอตุล”

“ใช่...”

“แล้วเราล่ะ...เราจะเป็นคนที่ตุลรักบ้างไม่ได้เลยเหรอ”

ตุลยามองหน้าอินทัชนิ่ง ติณณภพเดินเข้ามาพอดี ตุลยาละความสนใจจากอินทัชไปหาพี่ชายทันที อินทัชที่ยกมือไหว้ติณณภพรับไหว้แล้วเดินเลยเข้าบ้านไปโดยไม่พูดอะไร

“เห็นมั้ย...เพราะเจอนายอยู่ที่นี่ พี่ติณถึงยังไม่หายโกรธชั้น”

ตุลยาจะรีบเดินตามติณณภพ แต่อินทัชคว้าข้อมือของเธอไว้

“ปล่อยนะ...จะไปไหนก็ไป” ตุลยาพูดใส่หน้าอินทัชเสียงดัง

อินทัชน้อยใจสุด ๆ

“ได้...เราไปแน่...ต่อจากนี้ไป เราจะไม่มาให้ตุลเห็นหน้าเราอีกแล้ว ลาก่อน”

อินทัชปล่อยมือจากตุลยาแล้วเดินจากไปอย่างเศร้า ๆ ตุลยาอึ้งไปแต่สองจิตสองใจไม่รู้จะตามอินทัชไปหรือจะตามติณณภพดี ในที่สุดเธอก็เลือกตามติณณภพไป

“พี่ติณ..ตุลเป็นน้องสาวพี่นะ เมื่อก่อนเวลาทำอะไรผิด พี่จะทั้งปลอบใจและให้กำลังใจ ตุลตลอด แต่กับเรื่องแค่นี้พี่ถึงกับไม่สนใจตุล เอาแต่โทษว่าตุลผิด”

“พี่ไม่คิดโทษตุล แต่พี่โทษตัวเองต่างหาก เพราะพี่เลี้ยงน้องสาวอย่างผิด ๆ คอยตามใจมาตลอดไง ตุลถึงกลายเป็นเด็กนิสัยเสียแบบนี้”

“พี่ติณ!!”

“รู้มั้ยตุล...หลายวันมาเนี่ย พี่พยายามติดต่อน้องพัฒ ทั้งโทรฯ ไป ทั้งไปหาทุกที่ แต่พี่ก็ติดต่อเขาไม่ได้ เพราะเขาพยายามหนีหน้าไม่อยากเป็นสาเหตุให้พี่กับตุลเข้าหน้ากันไม่ติด”

“ก็ดีแล้วนี่คะพี่ติณ...ชีวิตพี่ควรจะเจอแต่ผู้หญิงดี ๆ ไม่ใช่ผู้หญิงตีสองหน้าเก่งแบบนั้น”

“ไม่จริง!! พุชชี่ที่พี่รู้จักไม่ใช่คนแบบนั้น เขามีความจำเป็นที่ต้องมาเป็นมาดามพุชชี่”

“งั้นอะไรคือความจำเป็นของเขาคะพี่ติณ”

ติณณภพนิ่ง

“เห็นมั้ยคะ...พี่ใกล้ชิดเขาที่สุด พี่ก็ยังไม่รู้เลย แต่น้องรู้ ถ้าไม่ใช่เพราะชื่อเสียงเงินทอง แล้วจะมีใครทนฝืนสันดานตัวเองได้คะ วัน ๆ มีแต่เรื่องตบตี มีแต่ข่าวฉาว ๆ นั่นแหละค่ะ ตัวตนที่แท้จริงของพี่พัฒ” เข้าไปเกาะแขนขอร้องติณณภพ “เลิกยุ่งกับเขาเถอะค่ะ...นะคะพี่ติณ”

“ขอบใจมากนะตุลที่ห่วงพี่...แต่คนที่ตุลควรจะเป็นห่วงคือคนที่พยายามทำดีกับตุลแล้ว ตุลไม่เคยมองเห็นความดีของเขามากกว่า”

“พี่ติณ”ตุลยาอึ้ง

“ต่อไปนี้...ไม่ต้องมาบงการชีวิตพี่อีก ไปทำงานเถอะ เดี๋ยวจะสาย”

ติณณภพพูดได้แค่นั้นก็เดินออกไป ตุลยาเสียใจจนน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม ...หลังจากพุชชี่ถูกสั่งห้ามเข้ากองถ่ายเธอก็มอบหมายหน้าที่ดูแลเน็กซ์ในกองถ่ายให้กับหนูดอกไม้ ส่วนตัวเธอก็ออกจากบ้านแต่เช้าและกลับดึกทุกวัน เพื่อหลบหน้าติณณภพพร้อมทั้งสั่งกำชับคนที่บ้านเอาไว้ว่าถ้าเขามาถามหาให้บอกว่าเธอไปทำงาน แต่ทำที่ไหนไม่รู้

คืนนั้นพุชชี่เดินด้วยร่างไร้สติและวิญญาณเข้ามาแล้วล้มตัวลงที่โซฟาด้วยอาการง่วงนอนและเหนื่อยเพลียมาก เธอเรียกแอปเปิ้ลให้ชงกาแฟให้ แต่เน็กซ์เดินเข้ามา

“นี่มันตี 3 กว่าแล้วนะป้า ไม่มีใครเขามานั่งถ่างตารอรับใช้ป้าหรอก”

“แล้วเธอล่ะ...ทำไมยังไม่นอน”

“จะให้นอนหลับได้ไง หลายวันมาเนี่ย กว่าป้าจะกลับมาก็เกือบเช้า หลับได้แค่ชั่วโมง สองชั่วโมงก็ออกไปอีก”

“ก็ชั้นมีงานต้องทำนี่”

“งานอีเวนต์ งานสังคม งานปาร์ตี้ ที่มันไม่ได้เกี่ยวกับป้าเลยเนี่ยนะ พอเถอะ...ผมรู้นะว่าป้าคิดจะทำอะไร ถ้าไม่อยากเจอหน้ากัปตัน ก็ไปบอกเขาเลยว่าไม่ต้องเจอหน้ากันอีก เราเลิกกัน...แค่นั้นเอง”

พุชชี่ชะงัก

“ว่าไง...ทีเรื่องอื่นไม่ชอบให้คาราคาซัง ทีกับเรื่องนี้ไม่กล้า เอางี้มั้ย...ผมช่วยไปบอกให้เอง”

“ไม่ต้องเลยเน็กซ์ อย่ามาทำจุ้นกับชั้นไปซะทุกเรื่อง ไปนอน!! เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงชั้นก็ต้องออกไปแล้ว ขอชั้นงีบสักพักเถอะ”

พุชชี่พูดจบก็หลับตางีบนอนกับโซฟา แต่ก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ ๆ เน็กซ์ก็ปรี่เข้าไปช้อนตัวพุชชี่ขึ้นมาอุ้มจนตัวลอย

“จะทำอะไรชั้นน่ะ”

“หุบปาก!”

เน็กซ์อุ้มพุชชี่เข้ามาในห้องนอนแล้วโยนลงบนเตียงทันทีแล้วสั่ง

“นอน!! หลับให้ได้ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย”

“จะบ้าเหรอ อยู่ ๆ มาบังคับให้ชั้นนอน ชั้นบอกแล้วไงว่าพรุ่งนี้มีงาน”

“ผมถามพี่หนูดอกแล้ว ไอ้งานอีเวนต์วิ่งมาราธอนการกุศลเนี่ย ขาดป้าไปสักคนงานเขาก็ไม่ล้มหรอก มีแต่ป้านั่นแหละที่จะล้มทั้งยืน ถ้าไม่ยอมนอนพักผ่อน”

“อย่ามาดูถูกหญิงอึดอย่างชั้นนะ ไม่หลับไม่นอนเป็นอาทิตย์ชั้นก็เคยมาแล้ว”

“นั่นคงเป็นตอนสาว ๆ แต่ตอนนี้สังขารมันไม่อำนวยให้หรอก ถ้าไม่เชื่อไปดูกระจก อดหลับอดนอนไม่กี่วัน หางตาตกตีนกาขึ้น ขอบตาคลำ ไอ้ที่เคยสวย ๆ ตอนนี้เหมือนหลินปิงเข้าไปทุกทีแล้ว”

พุชชี่ชะงักรีบไปหยิบกระจกส่องหน้าแบบถือที่วางอยู่แถวโต๊ะหัวเตียง เธอมองหน้าตัวเองที่กระจกแล้วตกใจ

“ขอกันดี ๆ นะป้า...ไม่ขออะไรมาก 8 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ...ผมจะเฝ้าอยู่ตรงนี้แหละ”

“จะบ้าเหรอ...มายืนเป็นยักษ์เฝ้าประตูอยู่แบบนี้แล้วใครจะนอนหลับยะ”

“ไม่ให้ยืนเฝ้า งั้นไปนอนเฝ้าข้าง ๆ ก็ได้” เน็กซ์จะไปนอนที่เตียง

“อย่านะ...ไอ้เด็กบ้า...ทะลึ่ง ลามก!” พุชชี่รีบห้าม

“งั้นจะนอนที่พื้นข้างเตียง เพราะป้าน่ะดื้อ...ผมถึงต้องเฝ้า นอนได้แล้ว!”

“แต่ชั้นยังไม่อาบน้ำ ล้างเครื่องสำอาง แปรงฟันเลย”

“ไม่เป็นไร เยินขนาดไหนผมก็รับได้นอน!!”

แล้วเธอก็ล้มตัวลงนอน...พุชชี่หลับยาวตื่นสายมาก แล้วรีบอาบน้ำแต่งตัวลงมาข้างล่างอย่างรีบร้อนจะไปที่รถ อาร์ทเห็นร้องทักถามเธอว่าจะไปไหน พุชชี่บอกเธอจะรีบไปทำงาน

“หนูดอกแคนเซิลงานของวันนี้ให้หมดแล้ว”

“หา...ว่าไงนะ หนูดอกทำแบบนั้นได้ไง ชั้นยังไม่ได้สั่งสักคำ”

“แต่เน็กซ์บอกว่าเมื่อคืนพอเธอได้นอนจริง ๆ ก็น็อกสลบ เพราะเหนื่อยมาหลายวัน ชั้นกับหนูดอกก็เลยอยากให้เธอได้พักผ่อนอยู่กับบ้านบ้าง”

“เน็กซ์บอกเหรอ...เน็กซ์เขาเป็นห่วงเธอมากนะพุชชี่ ไอ้ที่เคยเห็นชอบบ่นว่าเธอจู้จี้จุกจิก พอเอาเข้าจริงก็ห่วงเธอยิ่งกว่าตัวเองซะอีก”

พุชชี่ฟังอาร์ทพูดแล้วก็รู้สึกถึงความห่วงใยของเน็กซ์จนอดบ่นไม่ได้

“เด็กบ้า...งานตัวเองก็เยอะจนไม่มีเวลาจะพักผ่อนอยู่แล้ว ยังมาทำห่วงชั้นอีก”

พุชชี่บ่นไปก็อมยิ้มไปเพราะลึก ๆ ก็ปลื้มความน่ารักความเอาใจใส่ของเน็กซ์เหมือนกัน อาร์ทหรี่ตามองท่าทางสีหน้าดูมีความสุขของพุชชี่แล้วก็ยิ่งสงสัย พอพุชชี่หันมาเห็นหน้าอาร์ทที่กำลังจ้องจับผิดก็สะดุ้ง

“มองอะไรยะ...ให้อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ทำอะไร ชั้นอยู่ไม่ได้หรอก ผื่นมันจะขึ้น ไปล่ะ”

พุชชี่จะเดินออกไป แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อมองไปหน้าบ้านเห็นรถของติณณภพกำลังเลี้ยวเข้ามาจอดข้างรถเจ้าม้าป่า

“รถกัปตันนี่...ราชรถมาเกยแล้ว วันนี้เธอจะได้ไม่ต้องขับรถตะลอนเองทั้งวัน”



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0