อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ปิดตำนาน "คุกกองปราบ"

ปิดแล้ว ห้องขังแฝงสิ่งเร้นลับในตำนาน "คุกกองปราบ" หลังมีคำสั่งรื้อถอนอาคารที่ตั้งทิ้ง เผยสาวโคราชที่ถูกเบิกตัวออกไปวันนี้ เป็นคนสุดท้ายของห้องขังเฮี้ยน ร้อยเวรหน้าห้องย้ำ เฝ้ามา 4 ปี ไม่เคยเจอวิญญาณซักครั้ง แต่ผู้ต้องหาร่ำลือกันอื้ออึง ผีสั่งผูกคอบ้าง อย่านอนขวางทางบ้าง พุธที่ 22 ตุลาคม 2557 เวลา 08.55 น.

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) มีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เบิกตัว น.ส.นงเยาว์ แซ่ตัน อายุ 27 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในคดีลัก จยย. ออกมาจากห้องขัง ก่อนส่งตัวไปดำเนินคดีต่อที่ สภ.จตุรัส จ.ชัยภูมิ ท้องที่เกิดเหตุ แต่จุดที่น่าสนใจคือ น.ส.นงเยาว์ อาจเป็นผู้ต้องหาคนสุดท้ายที่โดนคุมตัวไว้ในห้องขังกองปราบปราม เนื่องจากกำลังจะมีการรื้อถอนอาคารที่ตั้งห้องขังอาถรรพณ์อันโด่งดังนี้

โดย พ.ต.ท.ดำรงสิทธิ์ โมราฤทธิ์ รอง ผกก.4 บก.ป.ปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักงาน ผบก.ป.ซึ่งควบคุมดูแลการย้ายสถานที่ทำงานของ บก.ป. เปิดเผยว่า หลังจากมีคำสั่งจะรื้อถอนอาคารเก่าแก่แห่งนี้ ขณะนี้ได้เร่งขนย้ายข้าวของเครื่องใช้สำนักงานจากห้องทำงานต่างๆ ให้หมดโดยเร็ว เนื่องจากอยู่ระหว่างการเปิดประมูลหาผู้รับเหมาทำการรื้อถอนอาคารส่วนที่เหลือ เพื่อส่งมอบพื้นที่ในการสร้างที่ทำการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งห้องขังที่โดนกล่าวขานในเรื่องความเฮี้ยนนี้ ก็จะต้องถูกรื้อทิ้งด้วย ส่วนการทำพิธีทางศาสนาจะมีขึ้นหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังไม่ทราบ ต้องรอดูคำสั่งก่อน

ด้าน ร.ต.ต.สำเริง ใจแสน ร้อยเวรประจำห้องขัง บก.ป. ที่ผูกพันกับห้องขังนี้มานาน กล่าวว่า ขณะนี้ยังบอกได้ไม่เต็มปากว่า น.ส.นงเยาว์ เป็นคนสุดท้ายที่โดนขังไว้ที่นี่ แม้ตอนนี้จะไม่เหลือผู้ต้องหาแล้วก็ตาม เพราะห้องขังใหม่ที่อยู่อีกอาคารหนึ่งยังสร้างไม่แล้วเสร็จดี ส่วนตัวยอมรับว่าตลอด 4 ปี ที่เฝ้าปฏิบัติหน้าที่มายังไม่เคยเจอผีสางหรือสิ่งเร้นลับเลย มีแค่คำบอกเล่าจากปากผู้ที่ถูกควบคุมตัวเท่านั้น ส่วนใหญ่ระบุว่า วิญญาณมาเตือนว่าอย่านอนขวางทาง บางรายก็พยายามแขวนคอตนเอง โดยอ้างว่าผีผู้ชายมาสั่งให้การดังกล่าว แต่เคราะห์ดีที่ตนเห็นก่อนจึงช่วยทัน กลายเป็นคำร่ำลือดังว่าห้องขังที่นี่มีผีหรือวิญญาณสิงสถิตอยู่แน่

"ผมเชื่อว่าผุ้ต้องหาแต่ละคนจินตนาการหรือคิดกันไปเอง อาจเพราะด้วยข่าวสารที่แพร่กระจายเร็ว รวมกับไฟไม่ค่อยสว่าง ยิ่งทำให้หวาดกลัว วิตกกังวล จะมีก็แค่ตอนไฟดับเท่านั้นที่จะมีปัญหาหน่อย เนื่องจากห้องขังไม่มีไฟสำรองและมืดมากจนมองอะไรไม่เห็น ตอนที่ผมรู้ว่าจะต้องรื้อถอน ได้ยืนอยู่ที่หน้าห้องขังแล้วก็พูดคุยกับสิ่งเร้นลับถ้ามีว่า ขอให้กลับบ้านหรือไปผุดไปเกิดเถอะ อีกไม่นานเขาจะทุบห้องขังทิ้งแล้ว"

สำหรับห้องขังแห่งนี้ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "คุกกองปราบ" ที่กลายเป็นสถานที่อาถรรพณ์จากคำบอกเล่าปากต่อปาก มีหลายครั้งหลายคราที่ได้ยินข่าวการพยายามผูกคอตายในห้องขังกองปราบ เหตุใดที่นักโทษหลายต่อหลายคนถึงต้องเลือกใช้วิธีนี้หนีความผิด เป็นความตั้งใจหนีคดี หรือมีเรื่องราวลี้ลับชวนพิสูจน์เกิดขึ้นกับคนเหล่านี้กันแน่ เหตุการณ์ชวนสยองซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ผูกคอตายซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้ เกิดขึ้นเมื่อหลายปีที่ผ่านมา มีผู้ต้องหาคดีข่มขืนหลานสาวตัวเองถูกฝากขังที่กองปราบ ด้วยความอัปยศในหัวใจของตัวเขา จึงตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง ด้วยวิธีผูกคอตายเพื่อหนีความผิด

น่าแปลกที่ภายหลังการเสียชีวิตของชายคนแรกผ่านไป มีเหตุการณ์ผู้ต้องหาพยายามผูกคอตาย เพิ่มขึ้นอีกสามราย แต่ก็นับว่าโชคดีเพราะทั้งสามราย เจ้าหน้าที่ช่วยไว้ได้ทัน มีเพียงผู้ต้องหารายเดียวเท่านั้นที่เมื่อช่วยเหลือได้แล้ว กลับไปผูกคอตายอีกครั้งที่บ้าน จากคำบอกเล่าของผู้ที่พยายามผูกคอตาย ที่เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตมาได้ 2 รายที่เหลือ เล่าว่า มีเสียงกระซิบดังขึ้นที่ข้างหูว่าให้ไปนับซี่ลูกกรงสิ เลือกเอาว่าจะเอาซี่ไหน ก่อนจะสอนวิธีผูกคอตาย เพื่อที่จะได้พ้นผิด โดยเสียงนั้นบอกว่าให้ฉีกเสื้อออกแล้วนำไปผูกกับลูกกรง คำบอกเล่าที่ตรงกันนั้นเชื่อว่ามาจากผู้ชายที่ใส่เสื้อแดงที่เคยผูกคอตายก่อนหน้านี้ มาชวนให้ไปอยู่ด้วยกัน หรือนี่คือวิธีการหาตัวแทนอีกแบบหนึ่ง



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0