อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2561

ฎีกายกฟ้อง 'จุติ' หมิ่น 'เมียหมอเลี๊ยบ' เปิดเสริมความงามไม่เสียภาษี

ศาลฎีกาพิพากษากลับ ยกฟ้อง “จุติ” อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หมิ่นประมาท “เมียหมอเลี๊ยบ” เปิดบอดี้เชพไม่เสียภาษี ชี้เนื้อหาอภิปรายไม่ครบองค์ประกอบความผิด พฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2558 เวลา 06.20 น.

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีหมายเลขดำ อ.1691/2546 ที่ บริษัท บอดี้เชพจำกัด โดยนางปราณี สืบวงศ์ลี กรรมการบริษัทฯ ภรรยา นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และ 328

ตามฟ้องโจทก์บรรยายสรุปว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค.46 จำเลยได้กล่าวในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหมิ่นประมาทโจทก์ว่า นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ขณะดำรงตำแหน่งเป็นรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2545 สามีของโจทก์ ได้ออกกฎหมายเอื้ออำนวยให้โจทก์ซึ่งเปิดสถานบริการอาบอบนวดไม่ต้องเสียภาษี ทั้งที่ความจริงแล้วสามีของโจทก์ไม่เคยออกกฎหมายเพื่อเอื้ออำนวยให้โจทก์ไม่ต้องเสียภาษี รวมทั้งโจทก์ก็ไม่เคยเปิดสถานบริการอาบอบนวดอย่างที่จำเลยพูดอภิปราย โดยโจทก์ทำธุรกิจเกี่ยวกับสถานเสริมความงามและขายอุปกรณ์ลดน้ำหนักอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การพูดดังกล่าวทำให้ผู้ฟังการอภิปรายซึ่งเป็นประชาชนเข้าใจผิดคิดว่า โจทก์เป็นคนไม่ดี ได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่นและเกลียดชัง เหตุเกิดแขวงและเขตดุสิต กทม. จำเลยให้การปฎิเสธ

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ย.48 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 3 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาเมื่อวันที่ 10 ส.ค.53 ยืนตามศาลชั้นต้น

โดยวันนี้ นายจุติ จำเลยเดินทางมาศาลพร้อมนายวิรัช กัลยาศิริ ทนายความและอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางส่วน ที่เดินทางมาให้กำลังใจขณะที่ฝ่ายโจทก์มีเพียงผู้รับมอบอำนาจจากทนายเดินทางมาฟังคำพิพากษา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า บริษัทที่จำเลยยกมาเป็นตัวอย่างในการอภิปรายทั้งชื่อของบริษัท ชื่อกรรมการบริษัทและหมายเลขในการจดทะเบียนบริษัทคล้ายกับบริษัทของโจทก์ ต่างกันตรงที่จำเลยไม่ได้ระบุตัวเลขให้ครบถ้วนอีกทั้งตามกฎหมายป.ป.ช.กำหนดให้คู่สมรสของรัฐมนตรีต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วย ซึ่งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินระบุว่า นางปราณี เป็นหนึ่งในกรรมการบริษัทดังกล่าว จำเลยจึงมีเจตนาอภิปรายให้ผู้รับฟังเข้าใจได้ว่า นพ.สุรพงษ์ ผลักดันกรมสรรพสามิตให้ออกประกาศงดเว้นการเก็บภาษีจากสถานประกอบการอาบอบนวดเพื่อสุขภาพและความงามเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทของโจทก์ แต่การอภิปรายของจำเลยสรุปความหมายของสถานอาบอบนวดไว้ 2 ประเภท คือ 1.สถานประกอบการที่มีตู้กระจก อ่างอาบน้ำ รูปและห้องนอนที่ต้องเสียภาษี และ 2.สถานประกอบการในรูปแบบเสริมความงามซึ่งได้รับการยกเว้นเสียภาษี เมื่อพิจารณาเนื้อหาสาระในถ้อยคำอภิปรายของจำเลยแล้วไม่ได้ใส่ความว่าโจทก์ ประกอบกิจการสถานบริการอาบอบนวดตามประเภท 1 ถ้อยคำอภิปรายของจำเลยจึงไม่ครบองค์ประกอบในการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท เมื่อจำเลยไม่ผิดหมิ่นประมาทจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในปัญหาอื่นอีก ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับยกฟ้องจำเลย



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0