อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564

ยิงดับ"สมยศ สุธางค์กูร" ปิดตำนาน"เจ้าพ่อคาเฟ่"

เจ้าพ่อคาเฟ่ "สมยศ สุธางค์กูร" ถูกยิงดับ หลังพาภรรยาไปทานอาหารร้านหูฉลามชื่อดังย่านคลองตัน คาดปมเหตุขัดแย้งหนี้พนัน วิ่งเต้นล้มคดีและ กรณีพิพาทเรื่องที่ดินย่านพระรามเก้า จันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2558 เวลา 02.34 น.

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน รับแจ้งมีชายถูกยิงเสียชีวิตบริเวณหลังร้านเฮงหูฉลาม ตรงข้ามพัฒนาการ ซอย 6 ถนนพัฒนาการ แขวง-เขตสวนหลวง รีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นลานจอดรถ พบศพนายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าของคาเฟ่ชื่อดังย่านพระราม 9 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ศีรษะ นอนเสียชีวิตข้างรถเบนซ์ อี 200 ทะเบียน ฌร 3636 กรุงเทพมหานคร ฝั่งประตูด้านซ้าย สภาพหงายสวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีแดงตัดขาว นุ่งกางเกงยีนขายาว

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพาภรรยามาทานอาหารที่ร้านดังกล่าว กระทั่งช่วงเวลา 20.00 น. ขณะที่ผู้ตายกำลังเดินออกไปขึ้นรถที่จอดอยู่ด้านหลังร้าน จู่ ๆ มีเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด เมื่อมีคนออกมาดูก็พบว่านายสมยศถูกยิงเสียชีวิตไปแล้ว อย่างไรก็ตามสาเหตุของการเสียชีวิตต้องรอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ต่อมาพล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผบ.ตร. ได้เดินทางไปร่วมตรวจสอบ สถานที่เกิดเหตุและสอบปากคำพยานแวดล้อม คือ รปภ. และ ภรรยา ของนายสมยศ ก่อนจะเปิดเผยว่า จากการสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ รปภ.และพนักงาน ของร้านอาหารที่เกิดเหตุ สังเกตเห็นรถจยย. ต้องสงสัย ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นมือปืน ที่ก่อเหตุ มาขับวนเวียน เหมือนดูลาดเลาหลายรอบ แต่ไม่มีใครสนใจ กระทั่งเกิดเหตุขึ้น ส่วนภรรยาให้การว่า นายสมยศ เคยบ่นเรื่องปัญหาความขัดแย้ง กับกลุ่มบุคคล กลุ่มหนึ่ง ซึ่งตรงกลับวัตถุพยานสำคัญ คือสมุดโน๊ต ของนายสมยศ ที่เขียนบันทึก รายละเอียดว่า ตนเองมีปัญหาและข้อขัดแย้ง กับกลุ่มคนดังกล่าว 3 ประเด็นคือ 1. เรื่องหนี้สินการพนันที่มีการโกงกันเป็นจำนวนเงิน 4 ล้านบาท 2. เรื่องเงินค่าวิ่งเต้นล้มคดี 25 ล้านบาท และ ปัญหาเรื่องความขัดแย้งเรื่องที่ดินย่าน พระราม 9 โดยหลังเกิดเหตุ ได้สั่งการให้ตั้งคณะทำงานขึ้น 2 ชุด คือชุดพนักงานสอบสวน และ ชุดสืบสวน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำภรรยา ของนายสมยศ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประมวลรวมกัน เพื่อวางแนวทางในการสืบสวน สอบสวนต่อไป.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น