อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

"สมยศ"ลั่นระเบิดในไทย เหตุขวางส่งอุยกูร์ไปตุรกี

ผบ.ตร.ยืนยันเหตุลอบวางระเบิดแยกราชประสงค์-ท่าเรือสาทร ไม่พอใจของแก๊งค้ามนุษย์ ที่ถูกทางการไทยขัดขวางธุรกิจส่งชาว"อุยกูร์"ไปตุรกีซ้ำยังส่งกลับคืนจีน อังคารที่ 15 กันยายน 2558 เวลา 08.14 น.

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศมาเลเซียได้จับกุมผู้ต้องหาซึ่งกระทำความผิดกฎหมายมาเลเซียจริง แต่ตนยังไม่ยืนยันว่าผู้ที่ถูกควบคุมตัวมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร.พร้อมคณะได้เดินทางไปดูคดีดังกล่าว พร้อมประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเท่านั้น จะไม่เข้าไปร่วมสอบสวนด้วย ส่วนกรณีการติดตาม นายอาบูดูซาตาเออร์ อาบูดูเรห์มาน หรือ อิซาน อายุ27ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับร่วมขบวนดังกล่าว โดยทางการตุรกีปฏิเสธการเดินทางเข้าประเทศแล้วก็ตาม ทางตำรวจไทยก็ต้องติดตามหาตัวต่อไป

สำหรับประเด็นที่ว่า นายอิซาน มีจุดหมายที่ตุรกีนั้น จะมีความเกี่ยวพันกับกลุ่มเครือข่ายในตุรกีหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า มีอยู่นานแล้ว เป็นลักษณะของขบวนการค้ามนุษย์หรือเคลื่อนย้าย "ชาวอุยกูร์" จากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่ง และเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่17ส.ค.ที่ผ่านมาจนสร้างความเสียหายแก่ประเทศไทยนั้น ก็เกิดจาก ทางการไทยไปทำลายหรือไปขัดขวางการทำธุรกิจการค้ามนุษย์ให้ยุติลง จึงเกิดความโกรธเคืองขึ้นมา มันจึงได้สร้างปัญหาให้กับพวกเขาจนมาก่อเหตุดังกล่าว

ต่อข้อถามที่ว่า "อิซาน" เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความวุ่นวายที่สถานทูตไทยประจำประเทศตุรกี เมื่อวันที่9ก.ค.ที่ผ่านมาหลังจากไม่พอใจที่ทางการไทยส่งผู้อพยพชาวอุยกูร์กลับไปประเทศจีนด้วยหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า เขาจะเกี่ยวข้องหรือไม่ ผมยังไม่ทราบ แต่เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ กับความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่สถานทูตไทยประจำประเทศตุรกีนั้น มาจากสาเหตุเดียวกัน และขบวนการค้ามนุษย์นั้นมีขั้นตอนการนำคนเข้าเมืองโดยมีประเทศต้นทางและปลายทาง ซึ่งต้นทางคือประเทศไทยและปลายทางคือตุรกี เมื่อต้นทางถูกขัดขวางจึงสร้างความโกธรแค้นจึงไปลงที่ประเทศปลายทางก็คือตุรกี และสถานที่ที่สามารถแสดงออกซึ่งความโกธรแค้นได้ก็คือสถานทูตไทยที่อยู่ที่นั่น

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าชาวอุยกูร์109คน ถูกส่งเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่ขบวนการค้ามนุษย์เสียประโยชน์และถูกทำลายไป โดยยืนยันว่าการส่งตัวชาวอุยกูร์109คน กลับไปยังประเทศจีนนั้นรัฐบาลได้ทำไปตามกฎหมายระหว่างประเทศที่มีต่อกัน ซึ่งไทยไม่ได้ส่งไปให้จีนเพียงประเทศเดียว แต่ได้ส่งกลับไปประเทศตุรกีด้วยเช่นกัน ส่วนเหตุผลที่ส่งไปประเทศใดนั้นเพราะมาจากการพิสูจน์สัญชาติ หากพิสูจน์พบว่าบุคคลนั้นมีสัญชาติตุรกีก็ส่งให้ตุรกี ส่วนผู้ที่พิสูจน์ทราบว่ามีสัญชาติจีนก็ส่งไปจีน ซึ่งเป็นไปตามหลักกฎหมายสากล

"ยกตัวอย่างเช่นคนต่างชาติเข้ามาอาศัยในประเทศไทย เขาไม่ได้ถือสัญชาติไทย แต่ถ้าเขาอยู่จนออกลูกออกหลาน ลูกหลานของเขาก็เป็นคนไทย ซึ่งกรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อรัฐบาลไทยพิสูจน์ทราบว่า คนกลุ่มหนึ่งเป็นชาวตุรกี ก็ส่งกลับไปให้ประเทศตุรกีส่วนหนึ่ง ขณะที่ลูกหลานของเขาซึ่งเป็นคนจีน เพราะเกิดที่นั่นและมีหลักฐานยืนยันเช่น ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน เราก็ส่งให้จีน ซึ่งรัฐบาลปฏิบัติตามกฎหมายถูกต้องแล้ว แต่ยอมรับว่าความรู้สึกนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งเมื่อเกิดเหตุความแค้นจะมีการหยุดเรื่องนี้ได้อย่างไรนั้น โลกนี้มีกฎหมายแบบนี้ทุกประเทศก็ต้องปฏิบัติตาม จะทำอย่างอื่นไม่ได้ ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลทำจึงถูกต้องแล้ว เพียงแต่ความรู้สึกของเขาอาจไม่พอใจเพราะคิดว่าเราไปปิดกั้นการย้ายถิ่นฐานของเขา แต่ขอให้เข้าใจว่าเราเป็นประเทศทางผ่านทั้งของชาวโรฮีนจามาจนถึงชาวอุยกูร์ เราจึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาของเราโดยไม่ยอมให้เป็นทางผ่าน เช่น การปิดชายแดนทางภาคใต้ไม่ให้ชาวโรฮีนจาเดินทางเข้ามา เขาจึงไปเข้าประเทศมาเลเซีย อินโดนิเซีย ซึ่งเป็นจุดหมายของเขาแทน ขณะที่อุยกูร์ มาจากจีนผ่านเวียดนาม ลาว กัมพูชา ฉะนั้นเราจึงต้องแก้ปัญหาโดยต้องปิดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกไม่ให้เขาเข้ามาได้ เมื่อช่วงที่ผ่านมาเขาเข้าไม่ได้เขาก็ต้องไปหาทางของเขาเองซึ่งก็เป็นเรื่องของเขา เราไม่เกี่ยวแล้ว แต่เมื่อไม่พอใจที่เราไม่ให้ใช้เป็นทางผ่าน กลับมาโกธรแค้นเรามากระทำกับเรา ตนว่าไม่ถูกต้อง”พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

ส่วนกรณีนายอาเดม คาราดัค หนึ่งในผู้ต้องหาคดีระเบิดปฎิเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดแค่มาหางานทำนั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นความสามารถพนักงานสอบสวน ทำสำนวนส่งอัยการ ทางผู้ต้องหามีสิทธิ์จะพูดอ้างเพื่อหักล้างพยานหลักฐานในชั้นศาล ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนกรณีการรับสารภาพของ น.ส.ปณิฐ์สรา ชาลีรัฐรมย์ อายุ39ปี ซึ่งถูกควบคุมตัวไว้หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าตรวจค้นหอพักย่านม.หอการค้า ว่าเป็นผู้เรียกแท็กซี่ให้กับชายเสื้อฟ้า พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ต้องฟังว่าที่พูดมาตรองหรือไม่ คำรับสารภาพสอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่ ต้องมีการนำพยานหลักฐานต่างๆมาประกอบกันว่าทุกอย่างเจือสมกันหรือไม่ด้วย ส่วนกรณีที่บางกอกโพสต์รายงานว่าเสื้อเหลืองหลบหนีไปอยู่ที่ประเทศปากีสถาน เป็นเพียงการเสนอข่าว อยากให้การนำเสนอข่าวใจเย็น ๆ เพราะบางอย่างไม่มีการฟันธง ข่าวก็คือข่าวชิงความได้เปรียบ ส่วนชื่อของชายเสื้อเหลืองยังไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวถามว่าขบวนการก่อเหตุระเบิดทั้งหมดเกี่ยวข้องกับอุยกูร์ ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ก็เกี่ยวเนื่องกับการอพยพของชาวต่างชาติที่ผิดกฏหมายและผิดปกติ ส่วนปากีสถานก็เป็นหนึ่งในเส้นทางผ่านของอุยกูร์ ซึ่งเราก็เชื่อว่าประเด็นอุยกูร์มีความเกี่ยวข้อง จะมีการประสานงานด้วยหรือไม่นั้น ก็คงจะมีการประสาน ประสานทุกประเทศอยู่แล้ว ตนเชื่อว่าทุกประเทศให้ความร่วมมืออยู่แล้ว เพราะการก่อเหตุลักษณะนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 799