อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564

แจ้งจับ'พ.อ.คชาชาต บุญดี' โยง'หมอหยอง'อ้างเบื้องสูง!

ฝ่ายกฎหมาย "คสช." แจ้งจับ "พ.อ.คชาชาต บุญดี" ผิดม.112 ร่วมกับ "หมอหยอง-อาร์ท" ของบฯ "บมจ.ซีพีออล์-คิงเพาว์เวอร์" ช่วยกิจกรรมฯ จันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2558 เวลา 01.00 น.

จากกรณีการจับกุมนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ "หมอหยอง" หมอดูชื่อดังวัย 53 ปี พร้อมด้วยนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรือ "อาร์ท ชัตเตอร์มหาเทพ" อายุ 29 ปี เลขานุการคนสนิทของหมอหยอง และพ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา อดีต สว.กก.1บก.ปอท. อายุ 44 ปี หรือ "สารวัตรเอี๊ยด" ที่เสียชีวิตขณะคุมขังที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต (พัน.ร.มทบ.11) ผู้กระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 คดีแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อหาผลประโยชน์ โดยตำรวจขยายผลจับกุมนายศุกร์โข ตามเสรี หรือ "เค" อายุ 32 ปี คนสนิทของพ.ต.ต.ปรากรม ในข้อหาครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจากนั้นไม่นานข้อมูลการสืบสวนยังพบชื่อนายตำรวจใหญ่ รวมทั้งนายทหารระดับสูงยศ "พ.อ.-พล.ต." กว่า 50 นายเข้าไปพัวพันกับ "กลุ่มหมอหยอง" กระทั่งทางพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ออกมายืนยันว่า พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา(สบ10) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการจริง ด้วยเหตุผลส่วนตัว และไม่มีความเกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นเบื้องสูง ขณะที่ทางตำรวจยังได้ขยายผลตรวจสอบการทุจริต จัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 8 พ.ย. มีรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ชุดคลี่คลายคดี 112 อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบปากคำพยานเพื่อหาความเชื่อมโยงเกี่ยวกับบุคคลอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดโดยพบว่านายสุริยันผู้ต้องหาคนสำคัญได้ให้การพาดพิงถึงนายทหาร 2 นาย ยศ "พล.ต." และ "พ.อ." ว่ามีส่วนพัวพันเรื่องดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลสืบสวน แต่ปรากฏว่านายทหารยศ "พ.อ." ได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ทั้งนี้พบความเชื่อมโยงว่านายทหาร 2 นายมีความสนิทสนมกับนายสุริยัน, พ.ต.ต.ปรากรม และนายจิรวงศ์ด้วย

นอกจากนี้มีรายงานจากแหล่งข่าวในสตช.ว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา พล.ต.วิจารณ์ จดแตง ผอ.ส่วนกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน. และหัวหน้าฝ่ายกฎหมายหน่วยเฉพาะกิจการข่าว คสช. ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษนายสุริยัน และพวกเพิ่มเติมอีก 2 คดีคือ คดีที่ 113/2558 กล่าวโทษนายสุริยัน, นายจิรวงศ์ และพ.อ.คชาชาต หรือ "โจ้" บุญดี ในฐานความผิดมาตรา 112 และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่นหรือในความผิดฐานอื่นที่พบภายหลัง โดยนายสุริยันและพวกมีพฤตการณ์แอบอ้างเบื้องสูงในการขอสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมสำคัญที่ได้จัดขึ้นไปแล้ว เหตุเกิดกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองศ์ ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน และบมจ.ซีพีออล์ แขวงสีลม เขตบางรัก เมื่อปลายเดือน พ.ค.-6 ส.ค. 2558 และคดีที่ 114/2558 กล่าวโทษ นายสุริยัน,นายจิรวงศ์ และพ.อ.คชาชาต ในฐานความผิดเดียวกันเหตุเกิดบริษัท คิงเพาว์เวอร์ จำกัด แขวงพญาไท เขตราชเทวี เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2558

รายงานข่าวระบุว่า ในช่วงที่มีการจัดเตรียมกิจกรรมสำคัญ ได้มีการนำเสื้อกิจกรรมหลายหมื่นตัวไปส่งที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง โดย พล.ต. และ พ.อ. ได้เกณฑ์กำลังทหารเข้าจัดการบรรจุหีบห่อ ขณะเดียวกันแนวทางสืบสวนยังพบอีกว่าเสื้อที่ใช้ในกิจกรรมสำคัญนั้น มีต้นทุนการผลิตเพียงตัวละ 140 บาท แต่กลับแจ้งในราคาตัวละ 280 บาทให้กับภาคเอกชนได้รับทราบ

ในส่วนการตรวจสอบความผิดปกติในการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เบื้องต้นพบว่านอกจากการก่อสร้างรูปปั้นทั้ง 7 พระองค์แล้ว ยังพบพฤติกรรมส่อเจตนาทุจริตในการจัดกิจกรรมพิเศษ เปิดตัวอุทยานราชภักดิ์ด้วย ซึ่งทางชุดคลี่คลายคดีกำลังรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องจำหน่ายโต๊ะจีนที่เปิดขายราคาที่นั่งละ 500,000 บาท หากเป็นโต๊ะวีไอพีราคาที่นั่งละ 1 ล้านบาท ขณะที่กิจกรรมปลูกต้นไม้ที่ผู้เข้าร่วมต้องสนับสนุนเงินในจำนวนที่สูงมากเช่นเดียวกัน

ด้านแหล่งข่าวนายทหารระดับสูงจากกองทัพบก เปิดเผยว่า ภายหลังจากชุดคลี่คลายคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงพบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดปกติในการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ที่กองทัพบกดำเนินการจัดสร้างตั้งแต่ พ.ย. 57 นั้น ทาง พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ยังไม่มีการสั่งการใด ๆ เป็นพิเศษในเรื่องดังกล่าว ขณะที่ทางตำรวจก็ยังไม่ได้ประสานขอข้อมูลมาแต่อย่างใด ทั้งนี้ปัจจุบันโครงการดังกล่าวถือว่ายังไม่ได้อยู่ในความดูแลของกองทัพบก แต่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ในการสร้างอุทยานราชภักดิ์ซึ่งมีการตรวจสอบไปบางส่วนแล้วนั้น เจ้าหน้าที่พบความไม่ชอบมาพากล หลังขยายผลตรวจสอบผู้ที่จัดสร้างรูปหล่อรัชกาลที่ 1 มีบริษัทพุทธปฏิมาพรหมรังสี จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 52/25 ถนนพุทธมณฑลสาย 3 เขตทวีวัฒนา กทม. เป็นผู้รับดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำนางรุ่งทิพย์ ทองศรี เจ้าของบริษัทฯ ทราบว่าได้รับการติดต่อจากเซียนพระชื่อดังให้จัดสร้างรูปหล่อรัชกาลที่ 1 เป็นเงิน 43 ล้านบาท ทางกรมกิจการพลเรือน ทบ.เป็นผู้จ่ายให้ 5 งวด และเซียนพระได้ค่านายหน้าประมาณ 4.7 ล้านบาท

ส่วนรูปหล่อพ่อขุนรามคำแหงพบว่า ผู้ที่ได้รับการจัดสร้างรูปหล่อคือ บริษัท ช.ประติมากรรม อินดันสตรี จำกัด ตั้งอยู่ที่ 30/3 หมู่ 6 ต.วังเย็น อ.เมือง จ.นครปฐม มีนายชำนาญ ประติมากรรม เป็นเจ้าของให้การว่า เซียนพระคนดังกล่าวเรียกไปรับงานจากกรมกิจการพลเรือนทบ. ด้วยราคา 43 ล้านบาท รวมทั้งพานพุ่มอีก 10.8 ล้านบาท แบ่งจ่าย 5 งวด เซียนพระได้ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ครั้งนี้ พ.อ.คชาชาต ขอเงินช่วย 300,000 บาท ส่วนรูปหล่อพระนารายณ์บริษัท ร็อคลาไฟน์ อาร์ท จำกัด เลขที่ 143 หมู่12 ต.ท่าวุ้ง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ของน.ส.กมลนันท์ สังเกต เป็นผู้รับจัดสร้างในราคา 45.5 ล้านบาท เซียนพระได้ 10 เปอร์เซ็นต์ กรมกิจการพลเรือนทบ.เป็นผู้ว่าจ้างแบ่งจ่ายเป็น 5 งวด

รูปหล่อพระเจ้าตากสิน หจก.ประติมาไฟน์อาร์ท เลขที่ 89 หมู่ที่ 12 กม.58 ถนนกาญจนาภิเษก ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ของนายเอนก หงษมณี เป็นผู้จัดสร้างในราคา 44 ล้านบาท เซียนพระได้ 10 เปอร์เซ็นต์ ,รูปหล่อรัชกาลที่5 ที่บริษัท โผนประติมากรรมสากล จำกัด ของนายเครน กัญชศิลป์ รับเป็นคนดำเนินในราคา 42 ล้านบาท ส่วนรูปหล่อสมเด็จพระนเรศวรฯ และรัชกาลที่ 4 บริษัท เอเชีย ไฟน์อาร์ท จำกัด เลขที่ 59/1 ต.บ้านม้า อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา รับงานไปทำแต่รูปหล่อทั้ง 2 พระองค์นี้ เซียนพระไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว

ทั้งนี้คณะทำงานสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าวกำลังพยายามรวบรวมหาพยานหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องรวมทั้งจะเรียกตัวเซียนพระคนนี้มาสอบสวนหาที่มาที่ไปและมีใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับการงาบเงินค่านายหน้าจัดสร้างรูปหล่อบูรพกษัตริย์แห่งสยามต่อไป.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 531