อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 มกราคม 2563

ศาลสั่ง"กปปส."จ่าย1.6ล้าน ปิดล้อม"กรมการปกครอง"

แกนนำกปปส.อ่วม!โดนหน่วยงานรัฐเดินหน้าฟ้องต่อเนื่อง เหตุปิดล้อมชุมนุมทางการเมืองนานนับเดือน ล่าสุดศาลแพ่งพิพากษาให้ 3 แกนนำชดใช้เงินกว่า 1.6 ล้านบาทแก่กรมการปกครอง พุธที่ 23 ธันวาคม 2558 เวลา 00.18 น.

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษา คดีที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมศักดิ์ โกศัยสุข,นาย คมสัน ทองสิริ และนายสาวิทย์ แก้วหวาน แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข(กปปส.) เป็นจำเลยที่ 1 - 3 ตามลำดับ จากกรณีเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2556 จำเลยทั้งสาม ซึ่งเป็น แกนนำ กปปส.กับพวกผู้ชุมนุมได้ปิดล้อมพื้นที่กระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครอง ซึ่งเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวนทุนทรัพย์ 1,636,426.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า โจทก์มีทั้งพยานบุคคล และภาพถ่ายยืนยันได้ว่าจำเลยทั้งสามเป็นผู้นำกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปปิดล้อมพื้นที่ของโจทก์ ที่จำเลยทั้งสามอ้างว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองในการต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และไม่ไว้วางใจการบริหารราชการของรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญนั้น ศาลเห็นว่า ไม่มีเหตุใดที่จะยกเว้นความรับผิดชอบของจำเลยทั้งสามหรือผู้ชุมนุม หากมีการกระทำอันเป็นการละเมิดต่อกฎหมาย ขณะการชุมนุมที่จำเลยทั้งสามนำผู้ชุมนุมเข้าไปในพื้นที่ของโจทก์เป็นเวลานานกว่า 5 เดือน ทำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของโจทก์ ไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ตามปกติ ต้องไปทำงานที่ทำการชั่วคราวถือเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์พยานหลักฐานจำเลยไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ พวกจำเลยกระทำผิดจริง

พิพากษาให้พวกจำเลย ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายได้แก่ ค่าอุปกรณ์สำนักงานเพื่อปฏิบัติงานที่ทำการชั่วคราว 101,000 บาทค่าจ้างเหมารถตู้เพื่อรับส่งข้าราชการและเจ้าหน้าที่ไปที่ทำการชั่วคราว 50,000 บาทค่าน้ำมันเชื้อเพลิงระหว่างปฏิบัติงานที่ทำการชั่วคราว 4,000 บาท ค่าทรัพย์สินอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของราชการที่สูญหายจากการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุม 791,000 บาท รวม เป็นเงินทั้งสิ้น 946,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง ส่วนอาวุธปืนของโจทก์ที่อ้างว่าสูญหาย ก็ไม่มีพยานหลักฐาน ฟังได้ว่าอาวุธปืนโจทก์สูญหายไปจริง จำเลยทั้งสามจึงไม่ต้องรับผิดส่วนนี้

ภายหลังนายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ ทนายความ กล่าวว่า เตรียมจะยื่นอุทธรณ์คดีโดยส่วนตัวชื่อว่าฝ่ายกรมการปกครอง โจทก์ก็จะยื่นอุทธรณ์เช่นกันเพราะขณะฟ้องได้ระบุมูลค่าความเสียหายไว้สูงเกือบ 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตามสำหรับจำเลยทั้งสาม ก่อนหน้านี้ก็ถูกกระทรวงมหาดไทยยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายอีก 1 สำนวนซึ่งศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาไปแล้วให้ชดใช้ค่าเสียหายกว่า 3 แสนบาท ซึ่งคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ทั้งนี้คดีที่กปปส.ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยราชการในการชุมนุมนั้น มีทั้งสิ้น 3 สำนวนโดยอีกสำนวนหนึ่งคือคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ยื่นฟ้อง พระพุทธอิสระกับพวกซึ่งคดีจะนัดพิพากษาวันที่ 15 ก.พ.ปีหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการฟ้องเรียกค่าเสียหายกับ กลุ่ม กปปส.ในการชุมนุมนั้น ก็ยังมีคดีที่พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องหลวงปู่พุทธะอิสระ หรือพระสุวิทย์ ธีรธัมโม,พล.ต.สมเกียรติ วัฒนวิกย์กิจ,นาย ชุมพล จุลใส,นายนิติธร ล้ำเหลือและน.ส. อัญชลี ไพรีรักแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข(กปปส.) เป็นจำเลยที่ 1-5 เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย 2,663,409 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากกรณีเดือน ธ.ค.56 ที่จำเลยทั้ง 5 เป็นแกนนำกปปส. พาผู้ชุมนุมร่วมกันเข้าไปในอาคารดีเอสไอ แล้วทำให้เกิดความเสียหายซึ่งโจทก์ ได้ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 18 พ.ย.57 ด้วย โดยศาลแพ่งนัดอ่านคำพิพากษา ในวันที่ 15 ก.พ.59 เวลา 09.00 น.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 852