อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

ผัวเมียคดีเก็บเห็ดรุกที่ป่า ร้องกองปราบ-ถูกคุกคาม

สองสามีภรรยาชาว ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีฐานบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ เพราะเข้าไปเก็บเห็ดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บุกร้องพนักงานสอบสวนกองปราบปรามหลังถูกข่มขู่คุกคามในคดี พฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม 2559 เวลา 09.50 น.

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้พา นายอุดม ศิริสอน อายุ 53 ปี และ นางแดง ศิริสอน สองสามีภรรยา ชาว ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ ยึดถือ ครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต , ทำไม้หวงห้ามและมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังไม่ได้แปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ภายหลังเข้าไปเก็บเห็ดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บ้านหนองกุงไทย หมู่ 6 ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2553 เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.มานพ เดื่อมทั้น พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. เพื่อลงบันทึกประจำไว้เป็นหลักฐาน กรณีที่ทั้งสองถูกเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวข่มขู่คุกคาม โดย นายสงกานต์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2553 นายอุดม และนางแดง เป็นเพียงชาวบ้านที่เข้าไปเก็บเห็ดในพื้นที่ป่าดังกล่าว ต่อมา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้มีการตั้งข้อกล่าวหาทั้งสองว่าบุกรุกและตัดไม้ในพื้นที่ป่าแห่งนี้รวม 72 ไร่ โดยมีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.ยางตลาด แต่ระบุว่าทั้งสองได้บุกรุกป่าเข้าไปกระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 12-19 ก.ค. 2553 รวม 8 วัน ซึ่งคดีนี้ได้มีการส่งฟ้องถึงชั้นศาล จนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นสั่งจำคุกจำเลย 30 ปี จำเลยรับสารภาพ ศาลจึงพิจารณาลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 15 ปี ต่อมา ศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ก่อนที่จะมีการยื่นฎีกา และมีการขอความช่วยเหลือกับทางเครือข่ายฯ เนื่องจาก นายอุดม จำเลยในคดีนี้ เข้าใจว่าถูกจับกุมในกรณีที่เข้าไปเก็บเห็ด ประกอบกับเป็นคนหูตึง อ่านหนังสือไม่ออก จึงจำต้องรับสารภาพในคดี จนถูกศาลพิพากษาลงโทษ

นายสงกานต์ กล่าวต่อว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องทุกข์จึงมีการช่วยเหลือด้วยการขอพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย และมีคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงคดีนี้ใหม่ทั้งหมด จนปรากฏข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่มีหลักฐานเพียงรถ จยย.ของผู้ต้องหาที่จอดไว้ในป่าดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2553 แต่เจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาตั้งแต่วันที่ 12-19 ก.ค. ซึ่งเป็นการตั้งข้อหาล่วงหน้า รวมทั้งจากสถานะของจำเลยก็เป็นไปไม่ได้ที่จะตัดไม้กันตามลำพัง 2 คน ในพื้นที่ 72 ไร่ นอกจากนี้ ในรายละเอียดต่างๆก็ชี้ชัดว่า หลังจากมีการร้องขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงในคดีนี้ จำเลยทั้งสองก็ถูกข่มขู่คุกคาม จนต้องมีการแจ้งความดำเนินคดี การที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้มาขอชี้แจงกับทางจำเลยอย่างละมุนละม่อมในกรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ตนอยากจะชี้แจงว่ามันเลยขั้นตอนนั้นไปแล้ว นอกจากนี้เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา ก็มีตำรวจท้องที่เกิดเหตุพยายามจะเข้ามาหาจำเลยทั้งสอง โดยระบุว่าทาง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ จะให้แกไปรับของขวัญ เพราะสงสารทั้งสองอย่างมาก แต่ก็ปฎิเสธไป ระหว่างนั้นทางตำรวจก็มีการค้นรถโดยไม่มีหมายศาล เรื่องนี้ตนได้รายงานต่อศาลและสำนักงานคุมประพฤติได้ทราบไปแล้ว รวมทั้งได้พาจำเลยทั้งสองไปพบทางอธิบดีกรมคุ้มครองพยาน เนื่องจากทั้งสองได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าตัดไม้ในเขตป่าสงวนดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว วันนี้ทั้งสองจะมาขอลงบันทึกประจำวันในกรณีที่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาข่มขู่ และจะมาติดตามคดีที่ได้แจ้งความเอาผิดกับผู้ที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในเขตป่าสงวนดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาทางอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ก็เกรงกลัวว่าทั้งสองจะไม่ได้รับความปลอดภัย เพราะเป็นพยานสำคัญในคดีบุกรุกทำลายป่า พร้อมกันนั้นยังมีการประสานการทำงานร่วมกับทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ อีกด้วย.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 413