อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

หนุ่มชลประทานง้อไม่สำเร็จ ยิงอดีตเมียเจ็บ-เป่าขมับตาม

เรื่องเศร้าภายในครอบครัว หนุ่มนายช่างชลประทานช้ำรัก งอนง้อให้คืนดีไม่สำเร็จ ชักปืนยิงแก้มขวาอดีตเมียเจ็บหนัก ก่อนตัดสินใจหันปากปืนระเบิดขมับต่อหน้าลูก พุธที่ 20 เมษายน 2559 เวลา 06.15 น.

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ร.ต.อ พูลศักดิ์ โพลังคา พงส.สภ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 4 บ้านนาคำ ต.นาเมือง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ยงเกียรติ มนประณีต ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พ.ต.อ ณัฎฐพล ดำรงวัชรศักดิ์ ผกก.สภ.เสลภูมิ ชุดสืบสวน แพทย์รพ.เสลภูมิ และหน่วยกู้ชีพศิลานคร ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในห้องนอนพบศพ นายสมโภชน์ แซ่ต่าง อายุ 43 ปี นายช่างเครื่องกลชลประทาน จ.ยโสธร สภาพนอนหงายจมกองเลือดอยู่บนที่นอน สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงยีน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ที่ขมับขวา 1 นัด จนสมองกระจายเป็นที่สยดสยอง ใกล้ศพพบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ถูกนำตัวส่งรพ. ทราบชื่อ นางภรภรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ภรรยาผู้ตาย อาชีพพนักงานขายประจำอยู่ที่ร้านจำหน่ายเสื้อผ้าชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.เสลภูมิ ถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันเข้าที่แก้มขวา สอบสวนทราบว่า ผู้ตายและผู้บาดเจ็บแต่งงานอยู่กินกันมานานกว่า 10 ปี และมีลูกสาววัย 2 ขวบด้วยกัน 1 คน ระยะหลังทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้งสาเหตุมาจากเรื่องหึงหวง เนื่องจากฝ่ายหญิงหน้าตาดี ทำให้สามีเกิดระแวงว่าภรรยาจะมีใจให้ชายอื่น จนช่วงก่อนสงกรานต์ทั้งสองได้ตกลงไปจดทะเบียนหย่ากันที่ อ.เสลภูมิ ก่อนแยกทางกันอยู่ โดยให้ลูกสาวอยู่กับสามี

กระทั่งก่อนเกิดเหตุนางภรภรรณได้เดินทางมาขอพาลูกสาวไปเลี้ยงที่ทำงาน ก่อนที่ในช่วงเย็นหลังงานเลิกจึงพาลูกสาวกลับมาส่งให้อดีตสามี โดยทั้ง 3 พ่อแม่ลูกได้หายเข้าไปในบ้าน ก่อนที่นางภรภรรณจะวิ่งหน้าตาตื่นออกมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ร้องตะโกนว่าสามีใช้อาวุธปืนยิงตนก่อนจะยิงตัวตายต่อหน้าลูก เบื้องต้นคาดว่าระหว่างเกิดเหตุนายสมโภชน์พยายามงอนง้อขอคืนดีกับภรรยาแต่ไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจยิงภรรยาและเข้าใจว่าเสียชีวิตแล้ว จึงใช้ปืนกระบอกเดียวกันปลิดชีพตัวเองตายตามต่อหน้าลูกเพื่อประชดความรัก ซึ่งตำรวจจะได้รอให้คนเจ็บอาการดีขึ้นก่อนจะเรียกมาสอบปากคำถึงสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น