อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 มิถุนายน 2562

เชื่อหญิงไก่เอี่ยวเศรษฐีนีดับ ก่อนฮุบที่ดินขายบ้านหลายล้าน

น้องสาวเศรษฐินีที่ จ.อุดรธานี เชื่อ "หญิงไก่" กับพ่อบุญธรรม เอี่ยวการตายของพี่สาว ก่อนฮุบที่ดินขายบ้านหลายล้านบาท ขณะที่แพทย์เจ้าของคลีนิกยัน "หญิงไก่" มาร่วมงานศพเศรษฐินีด้วย อ้างรวยเพราะมี "ญาณทิพย์"  ศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2559 เวลา 00.10 น.

กรณี นางมณตา หยกรัตนกาญ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ นางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล เศรษฐีนีเมืองอุดรฯ ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่า มีพยานระบุว่าเมื่อปี 2546 นางไก่เคยมาพร้อมกับสามีเก่าของเศรษฐีนีรายนี้ โดยนางไก่แสดงตนว่าเป็นคุณหญิงทุกครั้งที่มา โดยจะมีบุคคลหรือบอดี้การ์ดคอยติดตาม มีรถนำขบวน ที่สำคัญมีนายตำรวจยศ ร.ต.อ.คอยติดสอยห้อยตามมาด้วย จนคนแถวนั้นเชื่อว่าหญิงไก่เป็นคุณหญิงจริง ๆ กระทั่งญาติของเศรษฐินีระบุว่า นางฉวีวรรณ ได้หายตัวไป ก่อนจะพบว่า นางฉวีรรณ ได้เดินทางเข้ารับการรักษาตัวที่คลินิกหมออุดมใน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร จนเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับ ในวันที่ 2 ธ.ค. 2546 มีการนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีสว่าง อ.สว่างแดนดิน จากนั้นที่ดินของ นางฉวีวรรณ ก็ถูกโอนกรรมสิทธิ์ให้กับสามีเก่าของเศรษฐีนี และถูกขายให้กับผู้อื่นในราคา 8 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่ารายละเอียดการแจ้งตายของ นางฉวีวรรณ มีหญิงไก่เป็นคนแจ้ง ตามที่ปรากฏเป็นข่าวมาแล้วนั้น 

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เพื่อสอบถาม นายแพทย์เจ้าของคลินิกที่ นางฉวีวรรณ เคยไปรับการรักษา โดยแพทย์รายนี้ได้ยืนยันว่า นางฉวีวรรณ เข้ามารักษาเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2546 เนื่องจากมีอาการตาเหลืองเป็นดีซ่าน ตอนแรกเห็น นางฉวีวรรณ แต่งตัวธรรมดา ไม่มีทีท่าว่าจะเป็นเศรษฐีนี โดยระหว่างการรักษาตรวจพบมีจุดในตับ 3 จุด ความหมายว่าท่อน้ำดีอุดตันไม่เป็นนิ่วก็เป็นมะเร็ง และพบการอักเสบในตับ 65 หน่วยและเพิ่มขึ้นทุกครั้ง รวมแล้วทำการรักษาไป 16 ครั้ง จนลุกลามเป็นมะเร็งตับ ซึ่งทุกครั้งจะเห็นนางฉวีวรรณมาคนเดียว ไม่มีญาติมาด้วย สุดท้ายนางฉวีวรรณเดินทางมาหาตนเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2546 บอกว่าอยู่ใกล้หมอ เนื่องจากเหนื่อยอ่อนแรง กระทั่งวันที่ 2 ธ.ค. 2546 เวลา 09.30 น.เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งตับ จากนั้นได้เดินทางไปร่วมศพคืนสุดท้าย พบว่ามีหญิงแต่งกายชุดดำภูมิฐาน ดูมีฐานะร่ำรวย อ้างว่าเป็นคุณหญิง รวยมาจากการเสี่ยงโชคถูกหวยทุกงวด และบอกว่ามีญาณทิพย์สามารถใบ้หวยได้แม่นยำ จนเมื่อวันฌาปนกิจ หญิงคนเดิมก็มาร่วมงาน แต่ไม่มีรถหรูหรือรถนำขบวนแต่อย่างใด จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบต่อที่วัดป่าศรีสว่าง จ.สกลนคร เบื้องต้นยืนยันว่าเคยมีการตั้งศพบำเพ็ญกุศลนางฉวีวรรณจริงตามที่ได้รับข้อมูลมา


ต่อมาวันเดียวกันผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางโฉมศรี ประจันตะเสน อายุ 75 ปีอดีตข้าราชการครู และเป็นน้องสาวของ นางฉวีวรรณ ได้เปิดเผยว่า เดิมบิดาเป็นทหารมีบุตร 5 คน คือ นางฉวีวรรณ เป็นลูกคนโตตนเป็นลูกคนที่ 2  และน้อง ๆ อีก 3 คน บิดาเป็นเจ้าของที่ดินจำนวนมาก รวมทั้ง "ตลาดรังษิณา" ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี แต่ขายไปนานแล้ว โดยบิดาได้ยกบ้านและที่ดิน 2 งานที่เคยอยู่กับมารดา ให้นางฉวีวรรณ ทั้งนี้พี่สาวเคยแต่งงานมา 4 ครั้ง แต่หย่างร้างทั้งหมด สาเหตุเพราะเป็นคนชอบดื่มสุรา แต่ก็มีบุตรสาว 1 คน ต่อมากลางปี 2544 นายปิติ ตั้งวิริยะกุล สามีคนแรกที่แยกทางกันไป 30 ปี ได้กลับมาเยี่ยม เพราะทราบข่าวว่าพี่ป่วยเป็นมะเร็ง ท่ามกลางการเตือนจากมารดาและญาติพี่น้อง เพราะนายปิติมีครอบครัวแล้ว แต่พี่สาวไม่ฟัง ให้สามีเก่าเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย ไม่นานก็มีหญิงสาวมาหานายปิติและเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วยโดยอ้างว่าเป็น คุณหญิงไก่ ขณะนั้นใช้ชื่อ นางสุชาดา ตั้งวิริยะกุล อ้างว่าเป็นบุตรบุญธรรมของนายปิติ มีสามีเป็นตำรวจ และมีคนรับใช้ตามมาด้วย 2 คน เวลาไปไหนมาไหนจะมีรถนำขบวนและชายฉกรรจ์ 4-5 คน ติดตามตลอดเวลาทุกคนจึงเชื่อว่าเป็นคุณหญิงจริง  

นางโฉมศรี กล่าวต่อว่า  ต่อมาหญิงรายนี้ ได้ใช้ให้คนมายกตู้เซฟที่อยู่ในบ้านของมารดาตนออกไป โดยในตู้มีทองคำหนัก 30 บาท จึงพามารดาไปแจ้งความ ทำให้หญิงรายนี้ นำมาคืนแต่ทองจริงเหลือแค่ 5 บาท ที่เหลือเป็นของปลอม ด้วยความกลัวอิทธิพล จึงไม่กล้าพูดมากกระทั่งปลายปี  46  พี่สาวป่วยหนัก นายปิติและบุตรสาวบุญธรรม ได้พาไปรักษาที่คลินิกหมออุดมได้ 7 วัน ก็เสียชีวิตลงในวันที่ 2 ธ.ค. 2546 หลังจากนั้นนำศพสวดเพียงวันเดียว  แล้วทำพิธีฌาปนกิจที่วัดศรีสว่าง อ.สว่างแดนดินจ.สกลนคร โดยญาติพี่น้องไม่ได้ไปร่วมพิธีเลย หลังเผาศพเสร็จนายปิติและบุตรสาวบุญธรรม ก็มาเอาที่ดินและบ้านของพี่สาวไปทันที โดยนายปิติอ้างว่ามีชื่อร่วมอยู่ด้วย เพราะได้จดทะเบียนสมรสกับพี่สาวแล้ว พวกตนเชื่อว่า ขณะที่พี่สาวป่วยหนัก สองพ่อ-ลูก คงหิ้วปีกพี่สาวไปโอนที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัดอุดรธานี แต่ไม่ทราบว่าตอนไหน โดยให้เหตุผลการโอนว่า ให้ด้วยความเสน่หา ทางมารดาและญาติได้ร้องคัดค้าน แต่ไม่เป็นผลจนมารดาตรอมใจและเสียชีวิตเมื่อปี 2547  พอมารดาตายสองพ่อ-ลูกก็ขายบ้านทันที โดยไม่ทราบว่าขายไปเท่าไหร่แต่ราคาประเมินที่ดินขณะนั้นประมาณ 8 ล้านบาท ทุกวันนี้ เจ้าของที่ดินคนใหม่ได้ล้อมรั้วคอนกรีต พวกตนก็ได้แต่นั่งมองดูบ้านที่พ่อแม่สร้างมากับมือ ตกไปเป็นของคนอื่นด้วยความคับแค้นใจ เรื่องการตายของพี่สาวพวกญาติ ๆ ไม่ติดใจ  แต่ติดใจเรื่องนายปิติ มีชื่อในโฉนดได้อย่างไร ลายเซ็นยินยอมต่าง ๆ ก็ไม่ใช่พี่สาว รวมถึงทะเบียนสมรสด้วย เชื่อว่าสองพ่อลูกมาหลอกนางฉวีวรรณแน่นอน พวกตนเก็บเรื่องนี้มานาน เพราะไม่รู้จะไปร้องเรียนที่ไหนอีกทั้งเกรงกลัวอิทธิพลของหญิงไก่  แต่พอเห็นข่าวจึงได้ร้องเรียนไปที่ทนายความให้ช่วยสืบสวนหาความจริงและคลี่คลายให้กระจ่างด้วย. 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%