อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 28 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 28 กันยายน 2564

ชงสธ.ทำยาบ้าเม็ด50สตางค์ ตัดวงจรแก้ปัญหายานรก

"ไพบูลย์"เผยแก้ยาเสพติดผิดทาง ทำปัญหาไม่จบ เดินหน้าแนวทางสามเหลี่ยมทองคำโมเดล ชงสธ.ทำยาบ้าเม็ดละ 50 สตางค์ ตัดวงจรค้า เร่งเครื่องผู้ว่าฯ-นายอำเภอ ช่วยสแกนระดับท้องถิ่น ชี้เป็นผู้รู้ข้อมูลดีสุด เปรยเรียกประชุมรอบหน้าพื้นที่ใดไม่เข้าเป้าขอนายกฯใช้มาตรา 44 ย้ายทันที  พฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม 2559 เวลา 20.16 น.

เมื่อวันที่  18 ส.ค. ที่โรงแรมคอนราด  ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (ทีไอเจ) จัดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อนำเสนอนโยบายยาเสพติดที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย โดยพล.อ.ไพบูลย์  คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วยนพ.ปิยะสกุล  สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข เข้าร่วม  พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนได้ยินศาลบอกไม่อยากสั่งคุมขัง  แต่จำเป็นต้องทำเพราะกฎหมายระบุไว้  ดังนั้น แสดงว่ากฎหมายยาเสพติดต้องมีปัญหา  และจำเป็นต้องแก้กฎหมายเพื่อให้การแก้ปัญหาเดินหน้าต่อไปได้  ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเราเดินผิดทางมาตลอด  เพราะหากถูกทางตนขอถามว่าทำไมผู้ต้องขังกว่า 70% ยังอยู่ในเรือนจำ  มีคนตายไปเป็นพันคนแต่ทำไมปัญหาไม่จบ  ทำไมชาวบ้านยังพูดว่ามียาเสพติดในชุมชน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นชัดว่าต้องมีจุดผิดพลาด ขณะนี้สังคมโลกบอกว่าต้องยุติการทำสงครามและใช้ระบบสุขภาพแทน  แต่การจะทำได้ต้องเตรียมความพร้อม  และการแก้ต้องทำพร้อมกันทุกด้านไม่ได้ทำเฉพาะการปราบปราม ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) ให้ข้อมูลว่าที่ผ่านมาไทยไม่เคยมุ่งไปที่แหล่งผลิต  แต่ปราบเฉพาะในประเทศ   
                               
รมว.ยุติธรรม  กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่ายาบ้าเป็นสินค้าเศรษฐกิจไม่มีทางที่จะทำให้หมดไปได้  ดังนั้น ขอถามไปที่กระทรวงสาธารณสุขว่าจะทำอย่างไรให้ยาบ้าเหลือเม็ดละ50 สตางค์  ขอให้บอกตนพร้อมทำให้ทันที  ทั้งนี้ ยังเป็นเรื่องน่าหดหู่ที่การแก้ปัญหายาเสพติดที่ผ่านมาไม่เป็นระบบโดยเฉพาะระบบการป้องกันที่ควรให้ชุมชนเป็นตัวนำ เพราะยาเสพติดถือเป็นปัญหาสังคม  ชุมชนก็คือสังคม  จะทำอย่างไรที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ 81,905 ชุมชน  ซึ่งควรมีบทบาทเป็นหลักในระบบคัดกรอง  เพราะคงไม่มีหน่วยใดที่จะรู้ข้อมูลพื้นที่และบุคคลได้มากเท่าท้องถิ่น ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด  นายอำเภอ เช่นเดียวกับระบบป้องกันที่พื้นที่ควรมีบทบาทมากที่สุด โดยเดือนหน้าจะมีการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ  ตนบอกนายกรัฐมนตรีไว้แล้วว่าหากพื้นที่ใดทำไม่ได้ก็ขอให้ใช้มาตรา 44 โยกย้ายได้เลย  สำหรับการเปลี่ยนบัญชียาบ้าจากวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 1 ไปเป็นประเภทที่ 2 นั้น ขอทำความเข้าใจว่ายาบ้าไม่ว่าอยู่ในบัญชี 1 หรือบัญชี  2  ก็ยังเป็นสิ่งผิดกฎหมายรัฐบาลยังเดินหน้าการปราบปราม และกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน บัญชีรายชื่อนักค้ารายสำคัญมีเพิ่มมากขึ้น แบ่งเป็น 5 กลุ่ม 60 เครือข่าย  พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำจะเป็นโมเดลแก้ปัญหายาเสพติดระดับโลก ส่วนผู้เสพควรได้รับการบำบัดรักษา 
 
ด้านนพ.ปิยะสกล ยอมรับยาเสพติดไม่มีแนวโน้มจะลดลง จึงจำเป็นต้องปรับวิธีโดยเฉพาะเรื่องการให้ผู้เสพเป็นผู้ป่วยต้องรับการรักษา   ซึ่งการดูแลผู้ติดยาเสพติดควรขยายในวงกว้างทุกระดับ ไม่จำกัดเฉพาะโรงพยาบาลแต่ต้องรวมถึงโรงพยาบาลสุขภาพตำบลด้วย  พร้อมกันนี้ยังต้องปรับแก้กฎหมายให้สอดคล้องกันสำหรับการปรับแก้สถานะยาบ้า จากบัญชียาเสพติดประเภทที่ 1 เป็นประเภท 2 ถูกกำหนดไว้ในร่างพ.ร.บ.ยาเสพติด ฉบับที่อยู่ระหว่างยกร่าง  คาดว่าอีกไม่นานจะมีผลบังคับใช้



ข่าวที่เกี่ยวข้อง..
ครูยุ่นฟันธงยาบ้าเม็ด50สต. แพร่ระบาดหนักหมู่โจ๋แน่
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    62%
  • ไม่เห็นด้วย
    38%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 66