อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562

"อัยการ"สั่งฟ้อง"ธัมมชโย" ประสาน"ดีเอสไอ"ตามจับตัว

โฆษกอัยการฯตั้งโต๊ะแถลง หลังสั่งฟ้อง "พระธัมมชโย-ศุภชัย" ร่วมกับพวก ฐานฟอกเงิน-รับของโจร พร้อมประสาน "ดีเอสไอ" ให้เร่งตามจับตัว มาส่งศาลให้ได้ภายในอายุความ 15 ปี ชี้ "ศุภชัย" อ่วมหนัก โดนฟ้องแพ่งเรียกคืนเงินกว่า 1,500 ล้านบาท พุธที่ 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา 11.48 น.

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยนายชาติพงษ์ จีระพันธุ์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ร่วมกันแถลงข่าวการสั่งคดี นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผู้ต้องหาที่ 1 พระเทพญาณมหามุนี หรือ "พระธัมมชโย" อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาที่ 2 น.ส.ศรัญญา มานหมัด อดีตคณะบริหารสหกรณ์ฯ ผู้ต้องหาที่ 3 นางทองพิน กันล้อม อดีตคณะบริหารสหกรณ์ฯ ผู้ต้องหาที่ 4 และนางศศิธร โชคประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 5 กระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจรว่า หลังจากพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมมาให้อัยการเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 

โดยคณะทำงานอัยการพิจารณาหลักฐานจากการสอบสวนและผลสอบสวนเพิ่มเติมทั้งหมดรวมถึงหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของผู้ต้องหาแล้ว ได้มีความเห็นสั่งคดีเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีความเห็นสั่งฟ้อง นายศุภชัย ผู้ต้องหาที่ 1 น.ส.ศรัญญา  ผู้ต้องหาที่ 3 นางทองพิน ผู้ต้องหาที่ 4 ในความผิดฐาน สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยพนักงานอัยการได้นัดน.ส.ศรัญญา ผู้ต้องหาที่ 3 นางทองพิน ผู้ต้องหาที่ 4 มารายงานตัวเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลในวันที่ 30 พ.ย. เวลา 9.30 น. ส่วนนายศุภชัย ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกคุมขังในคดีอื่นอยู่ในเรือนจำอยู่แล้ว




เรือโท สมนึก กล่าวอีกว่า คณะทำงานยังมีความเห็นควรสั่งฟ้อง พระธัมมชโย ผู้ต้องหาที่ 2 และน.ส.ศศิธร ผู้ต้องหาที่ 5 ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 359, 83 และแจ้งให้ดีเอสไอดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาที่ 2 และ 5 มาส่งให้อัยการเพื่อดำเนินการต่อไปภายในอายุความ 15 ปี นับแต่วันที่กระทำผิด คือเดือนม.ต. 2552

ด้านนายชาติพงษ์ กล่าวว่า นอกจากคดีนี้ ทางอัยการยังมีคดีอื่นที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิต ยูเนี่ยน คลองจั่น ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ซึ่งจุดมุ่งหมายในการทำคดีไม่ได้เพียงแค่ต้องการนำเอาคนผิดมาลงโทษเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีจุดประสงค์ที่ต้องคุ้มครองดูแลผู้เสียหายในคดีนี้ด้วย โดยคดีนี้มีมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมากและมีผู้เสียหายหลายคนที่เดือดร้อน อัยการได้มุ่งติดตามตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ชัดเจน จึงต้องพิจารณาสำนวนให้ละเอียดรอบคอบเพื่อให้ศาลมีคำสั่งคืนเงินทั้งหมดให้กับผู้เสียหาย จึงเป็นเหตุให้การพิจารณาคดีมีความล่าช้า สำหรับคดีที่เกี่ยวข้องอัยการได้ยื่นฟ้องและสั่งคดีแล้ว ประกอบด้วย คดีอาญา ได้แก่




1.คดีที่พนักงานอัยการ ได้ยื่นฟ้องนายศุภชัย กับพวกรวม 12 คนต่อศาลอาญาแล้วเมื่อวันที่ 11 ต.ค. และวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ในคดีหมายเลขดำ อ.3339/2559 และ 3734/2559 ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 มูลค่าความเสียหาย 5,612,237,157.62 บาท ซึ่งอัยการขอให้ศาลสั่งจำเลยทั้งหมดร่วมกันคืนทรัพย์ให้ผู้เสียหายที่ถูกฉ้อโกงไป ตามจำนวนมูลค่าความเสียหายดังกล่าว โดยขณะคดีอยู่ระหว่างการนัดตรวจพยานหลักฐาน  

2.คดีที่พนักงานอัยการ เพิ่งจะมีคำสั่งฟ้องนายศุภชัย กับพวกรวม 4 คน ฐานร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง และร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 334, 335 มูลค่าความเสียหาย 13,000 ล้านบาทเศษ และคดีแพ่ง ที่ ปปง.ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ และพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง รัชดาภิเษก แล้วรวม 2 สำนวน โดยคดีแรกเป็นคดีหมายเลขดำ ฟ.173/2559 ที่อัยการยื่นเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนายศุภชัย กับพวก ตกเป็นของแผ่นดิน จากที่มีการกระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน รวมทุนทรัพย์ทั้งสิ้น 85,769,438.25 บาท ซึ่งศาลแพ่ง นัดไต่สวนในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. 

ส่วนคดีที่สอง เป็นคดีหมายเลขดำ ฟ.208/2559 ที่อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนายศุภชัยกับพวก ตกเป็นของแผ่นดิน จากที่มีการกระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน รวมทุนทรัพย์ทั้งสิ้น 1,585,000,000 บาท โดยศาลแพ่งนัดไต่สวนในวันที่ 20 ก.พ.2560 เวลา 09.00 น. นอกจากนี้ในส่วนของนายศุภชัย อดีตประธานสหกรณ์ฯ ยังมีคดีที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 14 ปี 24 เดือน ในคดีหมายเลขแดง อ.706/2559 ที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนายศุภชัย ฐานยักยอกทรัพย์มูลค่า 27 ล้านบาทเศษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353 และ 354


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    15%
  • ไม่เห็นด้วย
    85%

บอกต่อ : 4.87K