อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

'ผัว'หึงโหดทินเนอร์ราด'เมีย' คลั่งจุดไฟเผา-ย่างสดบนรถ

ผัวหึงโหดทะเลาะกับเมียที่เป็นพนักงานโรงแรมบนรถ ก่อนบันดาลโทสะ ใช้ทินเนอร์ราด จุดไฟเผาหวังย่างสด ไฟพวยพุ่ง กลางซอยสุขุมวิท 22 พลเมืองดีรุดฉีดสารเคมียับยั้ง สุดท้ายไฟลวกสาหัสทั้งคู่ อังคารที่ 6 ธันวาคม 2559 เวลา 14.33 น.

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ร.ต.อ.อธิพงศ์ ศรีโพธิ์ รอง สว.(สอบสวน)สน.ทองหล่อ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์โตโยต้า โคโรล่า สีขาว ทะเบียน กข 9875 นครนายก ภายในซอยสุขุมวิท 22 หน้าโรงแรมมารีออทมาร์ควิส แขวงและเขตคลองเตย จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.นพดล สามารถ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ ร.ต.อ.อชิรเวชชน์ สุพรรณเภสัช รอง สวป. พฐ. และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุพบรถจอดอยู่มีควันพวยพุ่งออกมาจากเบาะหน้า เจ้าหน้าที่ใช้น้ำยาเคมีในการดับ 10 นาที ตรวจสอบภายในพบขวดเบียร์และกระป๋องเบียร์ตกเกลื่อนพื้น นอกจากนี้ยังพบไฟแช็ก โทรศัพท์ไอโฟน อยู่ในสภาพพังเสียหาย ที่เบาะฝั่งที่นั่งข้างคนขับไหม้เกือบหมด ขณะที่เบาะคนขับไหม้เล็กน้อย ทำให้ผู้บาดเจ็บทันที 2 รายคือ นายสมบูรณ์ ผลดี อายุ 42 ปี ถูกไฟลวกตามร่างกาย นำตัวส่ง รพ.ตำรวจ อีกรายคือ น.ส.โสพิศตา ตั้งเจตนาธรรม อายุ 38 ปีถูกนำส่ง รพ.เทพธารินทร์



สอบสวนพยานเล่าว่า ทั้งคู่ทะเลาะกันตั้งแต่ประตูทางเข้าโรงแรม ก่อนจะขึ้นรถเพื่อขับออกไป กระทั่งเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ฝ่ายหญิงได้ลดกระจกรถลง เพื่อกวักมือขอความช่วยเหลือ ไม่นานก็เห็นควันพวยพุ่งออกมาจากรถอย่างรวดเร็ว จากนั้นฝ่ายชายได้เปิดประตูฝั่งคนขับหนีออกมา สภาพไฟลุกท่วมตัวเช่นกัน พลเมืองดีจึงนำถังดับเพลิงมาฉีดให้ไฟดับ ก่อนที่จะมีคนตะโกนให้จับตัวผู้ชายไว้ เพราะเป็นคนเผารถ ซึ่งฝ่ายชายก็ได้ตอบกลับมาว่า "ไม่ต้องห่วง ไม่หนีหรอก" ไม่นานฝ่ายหญิงที่อยู่ในสภาพถูกไฟลวกทั่วร่างก็รีบเปิดประตูและคลานลงจากรถ 

รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.โสพิศตา และนายสมบูรณ์ เป็นสามีภรรยากัน ซึ่งฝ่ายหญิงทำงานอยู่ที่โรงแรมดังกล่าว เมื่อถึงเวลาเลิกงาน นายสมบูรณ์ก็มารับตามปกติ แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องหึงหวงจนเพื่อนร่วมงานของฝ่ายหญิงต้องห้ามปราม ทั้งคู่จึงหยุดทะเลาะกัน และไปมีปากเสียงกันอีกครั้งภายในรถยนต์ของนายสมบูรณ์ หลังจากนั้นนายสมบูรณ์ก็นำทินเนอร์ราด และจุดไฟเผาดังกล่าว

เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียง รวมทั้งสอบปากคำพยานแวดล้อมและเห็นเหตุการณ์ เพื่อเอาผิดตามกฏหมาย.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

ความคิดเห็น