อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

โจรอ้วนผอมบุกบ้านหนุ่มผู้ดี ซ้อมเมียชาวไทยชิงทรัพย์

สองโจรอ้วนผอมใช้อาวุธปืนและมีด บุกบ้านหนุ่มใหญ่ชาวอังกฤษ ก่อนจับปิดปากมัดมือ รุมซ้อมภรรยาชาวไทยจนน่วม แล้วลงมือรื้อค้นเอาทรัพย์สินมีค่าไปได้กว่า 2 แสนบาท เจ้าหน้าที่คาดผู้ร่วมก่อเหตุอาจมีมากกว่า 2 และมีความชำนาญพื้นที่เป็นอย่างดี อาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม 2559 เวลา 10.49 น.

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ร.ต.อ.นิวัฒน์ แจงกระโทก รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมือง จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อค่ำวานนี้ (17 ธ.ค.) ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกจี้ชิงทรัพย์ภายในบ้านพักเลขที่ 256 หมู่ 11 ถนนบ้านดอนหัน-นาหวาน ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นหลังใหญ่ พบ นายจอห์น เดวิส มอร์ริส อายุ 64 ปี ชาวอังกฤษ เจ้าของบ้าน และ นางจุฑาภรณ์ มอร์ริส อายุ 45 ปี ภรรยาชาวไทย สภาพถูกทำร้ายร่างกายจนหน้าตาบวมปูด ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตื่นตกใจ ตรวจสอบภายในบ้านบริเวณห้องแต่งตัว พบร่องรอยการรื้อค้นของภายในห้องจนกระจุยกระจาย จึงเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบโดยรอบบริเวณบ้าน พบว่าบ้านที่เกิดเหตุเปลี่ยวและมืด รวมถึงภายในบริเวณบ้านก็ไม่มีกล้องวงจรปิด



สอบสวน นางจุฑาภรณ์ ให้การว่า ช่วงเกิดเหตุสามีตนอยู่ที่ห้องนอนชั้น 2 ของบ้าน ส่วนตนเอาขยะไปทิ้งที่หลังบ้าน ขณะกำลังทิ้งขยะได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน สวมหมวกไหมพรมสีดำปิดบังใบหน้า ใส่เสื้อคลุมกันหนาวสีดำ นุ่งกางเกงขายาว คนหนึ่งมีรูปร่างอ้วนใช้อาวุธปืนสีดำมาจี้ตนขู่ว่าอย่าส่งเสียงร้อง ส่วนอีกคนรูปร่างผอมถืออาวุธมีด แต่ด้วยความตกใจตนจึงร้องขอความช่วยเหลือไป คนร้ายทั้งสองจึงรุมทำร้ายด้วยการเตะและต่อยจนตนล้มลงไปกอง จากนั้น คนร้ายได้พาตนเข้ามาในบ้านแล้วบังคับให้ตนพาขึ้นไปที่ห้องนอนสามี โดยพบว่าสามีกำลังนอนอยู่บนเตียง คนร้ายจึงบังคับจับตนและสามีมัดมือมัดเท้า ก่อนรื้อค้นเอาทรัพย์สิน ประกอบด้วย แหวนเพชร 2 วง นาฬิกาแทคฮอยเออร์ 1 เรือน ตุ้มหูทอง เงินสด และโทรศัพท์มือถือ รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท เมื่อคนร้ายได้ทรัพย์สินแล้วได้บอกกับตนว่าอีก 5 นาที ค่อยแจ้งให้คนมาช่วย ไม่เช่นนั้นจะกลับมาฆ่า ด้วยความกลัวจึงทำตามคนร้ายบอก เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงขอความช่วยเหลือจากทางตำรวจ



ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายอาจจะมีมากกว่า 2 คน และจะต้องคุ้นเคยพื้นที่เป็นอย่างดี รวมถึงยังรู้ความเคลื่อนไหวของผู้เสียหายเป็นอย่างดี ซึ่งทางตำรวจจะเร่งสืบสวนติดตามจับกุมผู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 10