อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ทลายแหล่งผลิตเสื้อยี่ห้อดัง ของกลางอื้อ/เสียหาย300ล.

ชุดฉก.ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา บช.น. ร่วมกับตำรวจสน.สายไหม จับกุมแหล่งผลิตเสื้อละเมิดเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อดัง ค่าความเสียหาย 300 ล้านบาท พร้อมยึดของกลางได้จำนวนมาก ศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 21.35 น.

เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่สน.สายไหม พ.ต.อ.ธนกรณ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม พร้อมนางมาลา ตั้งประเสริฐ รองประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (ภาคเอกชน) เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญากองบัญชาการตำรวจนครบาล (ปลป.น.) เจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญหาพร้อมผู้เสียหาย ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายพิสิษฐ์ กิ่งจำปา อายุ 30 ปี และนายกันฐพงศ์ กรกฤดิ์ทรัพย์ อายุ 34 ปี พร้อมของกลางเสื้อยืดปักและสกรีนเครื่องหมายการค้ายี่ห้อดัง อาทิ อาดิดาส ไนกี้ พูม่า โปโล แชป และกุชชี่ รวมประมาณ 11,000 ตัว เครื่องจักร เย็บ รีด และเครื่องตัด 19 เครื่อง ป้ายยี่ห้อสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อดังกว่า 616,520 ชิ้น ดำเนินคดีในฐานความผิดปลอมและจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมและเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ในราชอาณาจักรไทย โดยจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดได้ที่บ้านเลขที่ 39/6-8 ซอยพหลโยธิน5 4/1 แยก 4 แขวง-เขตสายไหม กทม.


 
พ.ต.อ.ธนกรณ์ เปิดเผยว่า จากชุดเฉพาะกิจปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ทำการสืบทราบว่าสถานที่ดังกล่าวมีการเปิดเป็นโรงงานและที่พักเพื่อผลิตตัดเย็บเสื้อผ้าซึ่งมีการผลิตเสื้อผ้ายี่ห้อดังที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า จึงได้ทำการสืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สายไหมกระทั่งขอหมายค้นจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ ก่อนเข้าทำการตรวจค้นพร้อมผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาพบของกลางกองอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รับเป็นเจ้าของและผู้ดูแลโรงงานทั้งหมดเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาที่สน.สายไหมเพื่อดำเนินคดี

"สำหรับการจับกุมครั้งนี้ถือว่าเป็นการจับกุมครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายและชื่อเสียงเสียให้กับประเทศ เนื่องจากกลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้มีการปลอมเครื่องหมายการค้าของต่างประเทศที่มีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ขอยื่นจดทะเบียนผลิตและจำหน่ายอย่างถูกกฎหมายในไทย รวมถึงกระทบต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่ต่างชาติอาจมองประเทศไทยปล่อยปะละเลยไม่มีการจับกุมผู้ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งในครั้งนี้คาดเสียหายไปประมาณ 300 ล้านบาท" พ.ต.อ.ธนกรณ์ กล่าว



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.59K