อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

ไขเสียงสวรรค์"ธรรมกาย" วลีเด็ด"ชิตัง เม โป้งรวย"

"พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ"ไขความหมายวลีเด็ด"ชิตัง เม"โป้งรวยเสียงสวรรค์ของ"ธัมมชโย"ส่งผ่านสาวก พร้อมยกตัวอย่างเรื่องกุททา ชาดก สมัยพุทธกาล ที่เอาชนะความตระหนี่จนเป็นที่มาของคำว่า"ชิตัง เม" อังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09.20 น.

โด่งดังกันทีเดียวสำหรับวลีเด็ด"ชิตัง เม"แถมติดสอยห้อยท้าย"โป้งรวย"ที่ทางวัดพระธรรมกายโดย "พระธัมมชโย"ได้ใช้เทศนาเรียกเงิน ต่อบุญให้กับบรรดาศิษยานุศิษย์ และกลายเป็นที่ฮิตติดปากในเหล่าบรรดาสาวกที่พูดกันเสมอๆเหมือนกับคำอุทาน ทำให้หลายคนสงสัยว่าตกลงคำว่า "ชิตัง เม"มาจากอะไร และหมายความว่าอย่างไร

เมื่่อวันที่ 28 ก.พ.พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระหัวก้าวหน้า-นักเทศน์ และเซเลบดังแห่งโลกออนไลน์ ได้ให้คำตอบในเรื่องนี้ว่า "ชิตัง เม"คำนี้มีที่มาถ้าพูดถึงคำว่า ชิตัง เม นี่ หลายคนก็คงรู้สึกคุ้นหูและนึกถึงวัดพระธรรมกายขึ้นมาทันที โดยเฉพาะคำสร้อยวลีฮิต ที่ติดท้ายว่า โป้ง รวย ซึ่งคนนำมาล้อกัน ที่จริงต้องขอบคุณธรรมกายนะ ที่หยิบเอาคำในพุทธศาสนามาใช้ จนทำให้สังคมเกิดการตั้งคำถามอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะคำว่า ธุดงค์ ก่อนหน้านี้ มาจนถึง ชิตัง เม อะไรนี่อีก แม้ว่าโดยที่สุดแล้ว คำพวกนี้จะถูกนำมาใช้ตีความใหม่อย่างพาให้เกิดการเข้าใจผิดก็ตามที จริงจริงแล้ว คำว่า ชิตัง เม เป็นคำที่มีใช้จริงนะ คือใช้กันดาษดื่นในสมัยพุทธกาล ปรากฎหลักฐานในพระไตรปิฎกด้วย อย่างเรื่องกุททาลชาดก ก็เป็นเครื่องสาธกในข้อนี้ได้ดี ความย่อมีอยู่ว่า

ครั้งหนึ่งพระโพธิสัตว์เสวยชาติ เป็นกุททาลบัณฑิต มีอาชีพทำไร่ทำสวนปลูกผักผลไม้ แกมีจอบบิ่นบิ่นอยู่ด้ามหนึ่ง เป็นสมบัติมีค่าของตระกูล วันหนึ่งนึกอยากสละเรือนออกบวชเป็นฤษี ก็เลยเอาจอบไปซ่อนแล้วออกบวช แต่พอเมื่อบวชบวชไปสักพักหนึ่งก็กระสัน นึกถึงเครื่องมือทำมาหากินของตัวเอง ก็เลยสึก พอสึกไปก็เบื่อหน่ายอีก จึงกลับมาบวช
แกบวชบวชสึกสึก อย่างนี้อยู่ถึง 6 ครั้ง จนครั้งที่ 7 เกิดความสลดสังเวชใจ อนาถใจในตัวเองว่า อาศัยสมบัติคือจอบบิ่นบิ่นด้ามเดียว ก็ตัดขาดจากความอยากครองเรือนไม่ได้ ก็เลยคิดหาอุบายจะทำลายจอบซึ่งเป็นต้นตอแห่งตัณหานี้ทิ้ง

ในครั้งสุดท้าย จึงไม่เอาจอบไปซ่อนเหมือนครั้งก่อนก่อน แต่ตัดสินใจไปที่แม่น้ำใหญ่ หันหลังแล้วเหวี่ยงจอบลงแม่น้ำอย่างสุดแรง เพื่อไม่ให้หามันเจออีก เมื่อหันหน้ากลับมามองหาจอบที่เหวี่ยงทิ้งแล้ว ไม่เห็นร่องรอย แกก็เกิดปีติปราโมทย์ ที่สามารถเอาชนะกิเลสของตัวเอง จึงตะโกนเสียงอย่างดังว่า ชิตัง เม ชิตัง (กูชนะแล้วโว๊ยย กูชนะแล้วโว๊ยย) นี่เองที่เป็นที่มาของคำว่า ชิตัง เม

ที่เอาเรื่องนี้มาเขียน ก็เพื่อให้เข้าใจว่า ถ้าพูดถึงคำนี้ในทางพุทธศาสนา ท่านหมายถึง การเอาชนะกิเลสในใจของตัวเอง ชิตัง เม คือ ชนะกิเลส อย่างพราหมณ์จูเฬกสาฎกที่พยายามสู้กับความตระหนี่ของตัวเองจนถึงสว่าง เพื่อจะถวายผ้าห่มที่มีแค่ผืนเดียวให้กับพระพุทธเจ้า จนสุดท้ายแกก็สามารถเอาชนะความตระหนี่ของตัวเองได้จริงจริง ก็เลยตะโกนคำว่า ชิตัง เม (กูชนะแล้ว) เหมือนกัน

แต่จะว่าไป พราหมณ์จูเฬกสาก พอพูดคำว่า ชิตัง เม หลังการถวายผ้าห่มให้พระพุทธเจ้า แกก็รวยจริงนะ เพราะพระราชาดันมาได้ยินเข้าแล้วเลื่อมใส ก็เลยสั่งให้พระราชทานทั้งผ้าทั้งข้าวของตั้งหลายอย่างเชียวหล่ะให้กับแก วัดธรรมกายเขาก็คงอ้างจากเรื่องนี้เหมือนกัน จะไปว่าเขาก็นะ


แหม่ ก็นั่นแหละเนาะ ถ้าวัดพระธรรมกาย จะเอาแค่ ชิตัง เม อย่างเดียว ไม่มีแถมคำว่า โป้ง รวย มาด้วย คนก็คงไม่ด่าไม่ล้อหนักขนาดนี้ 555

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    17%
  • ไม่เห็นด้วย
    83%

บอกต่อ : 1.12K