อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562

ผบช.ภ.5แฉเบื้องหลัง'ชัยภูมิ' ค้ายาจนมีฐานะ-กินเที่ยวหรู

ผบช.ภาค 5 แฉ นายชัยภูมิ เยาวชนต้นกล้าจอมปลอม เบื้องหลังเข้าสู่ขบวนการค้ายา มีเงินซื้อเก๋งเงินสด ขับพาสาวเที่ยว ใช้เงินอย่างกับกระดาษ เคยหนีรอดตร.ล่อซื้อ มีการโอนเงินเข้าบัญชีเป็นหลักฐาน ลึกกว่านั้นไม่ใช่เยาวชน เป็นอายุ 21 ปีแล้ว   พุธที่ 22 มีนาคม 2560 เวลา 17.24 น.

จากกรณีโลกออนไลน์เกิดกระแสการไว้อาลัยให้นายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวลาหู่ หลังจากที่เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต โดยไม่เชื่อว่านายชัยภูมิ จะเป็นบุคคลที่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด เนื่องจากเป็นตัวแทนเครือข่ายเยาวชนต้นกล้า จ.เชียงราย เข้าร่วมโครงการ "เด็กและเยาวชนส่งเสียงเพื่อสื่อสารสังคม" ซึ่่งจัดโดยมูลนิธิส่งเสริมเพื่อเด็กและเยาวชน สถาบันเด็กและเยาวชน(สสย.) ทั้งยังมีประวัติเติบโตมากับการช่วยเหลือสังคม เช่น การออกค่าย เล่นดนตรี มีผลงานการแต่งเนื้อร้องและทำนองเพลง“ขอโทษ” และ “จงภูมิใจ” อีกทั้งยังเคยได้รับรางวัลหนังสั้นรางวัลดีเด่นช้างเผือกพิเศษ จาก 16th Thai Short Film and Video Festival เรื่อง “เข็มขัดกับหวี” และยังมีผลงานด้านสารคดีหลายเรื่องที่ได้ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ TPBS ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าวันที่ 22 มี.ค. กลุ่มมูลนิธิชนประสานความร่วมมือชนเผ่าพื้นเมืองเอเชีย เอไอพีพี Asia Indigenous Peoples Pact – AIPP จากหลายประเทศกว่า 48 องค์กร ได้ออกแถลงการณ์ให้รัฐบาลไทยมีการสอบสวนสาเหตุการวิสามัญฆาตกรรมนายชัยถูมิ ป่าแส เยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองลาหู่ อายุ 17 ปี อย่างเป็นธรรมทันที โดยผ่านกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ หลังถูกทหารยิงเสียชีวิต อ้างว่าผู้เสียชีวิตมียาเสพติดในครอบครอง แต่ขัดขืนต่อสู้เจ้าหน้าที่ขณะทำการตรวจค้น แต่เพื่อนและผู้ที่รู้จักกับนายชัยภูมิ ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า นายชัยภูมิ เป็นนักกิจกรรมที่รณรงค์ต่อต้านยาเสพติดอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่ปักใจเชื่อว่านายชัยภูมิข้องเกี่ยวกับยาเสพติดตามที่เจ้าหน้ากล่าวหา  

นายชัยภูมิ เป็นประธานเยาวชนต้นกล้าชนเผ่าพื้นเมือง ทำงานรณงค์สิทธิของชนเผ่าลาหู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในสัญชาติ และการศึกษา ทำงานรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด รวมทั้งเป็นศิลปินและนักผลิตสาระคดีด้วย AIPP เรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงโดยด่วนที่สุด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่เสียชีวิต AIPP และองค์กรชนเผ่าพื้นเมืองเอเชีย 48 องค์กร ขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียทีมิอาจประเมินค่าได้



ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รองผบช.ภ.5 พ.ต.อ.ชลเทพ ใหม่ไชย รรท.ผกก.สภ.นาหวาย พร้อมทีมพนักงานสอบสวนในคดีนี้ได้ร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดเหตุ โดยมีทีมชุดสืบสวนสภ.สันทราย นำพยานปากเอก เป็นสายด้านยาเสพติดมาร่วมในที่ประชุมด้วย โดยระบุว่า นายชัยภูมิ นั้นถือเป็นผู้ค้ารายย่อย ที่กำลังเติบโตพัฒนาเป็นผู้ค้ารายกลาง รับส่งยาในพื้นที่อำเภอรอบนอกของเชียงใหม่ โดยเมื่อวันที่ 24 ม.ค. ทางชุดสืบสวนสภ.สันทราย ได้ทำการล่อซื้อจากนายชัยภูมิ นัดส่งยาบ้า 600 เม็ด มีการโอนเงินที่มีการลงบันทึกประจำวันไว้ที่สภ.สันทราย เป็นค่ามัดจำ เข้าบัญชีนายชัยภูมิ และนัดส่งของกันที่หลังมหาวิทยาลัยชื่อดัง ต.หนองป่าครั่ง ซึ่งขณะนั้นนายชัยภูมิ เดินทางมาส่งยาด้วยตัวเองโดยใช้รถคันที่เกิดเหตุ แต่นายชัยภูมิ ไหวตัวทัน ซิ่งรถหลบหนีไปได้ก่อน ซึ่งทางตำรวจมีหลักฐานและพยานในเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมา

พล.ต.ท.พูลทรัพย์ กล่าวว่า ในวันนี้มีการประชุมประเด็นที่เป็นกระแสในโลกโซเซียลที่โจมตีการทำงานของเจ้าหน้าทีรัฐที่กระทำเกินกว่าเหตุ เราก็มีการหาหลักฐานในคดีนี้ทั้งหมดเพื่อให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยขั้นตอนแรกทางพลทหาร ที่ทำการวิสามัญ ก็ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.นาหวาย เรียบร้อยแล้ว ทางตำรวจมีการแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น และทำการสอบสวนปากคำไว้ทั้งหมด และพาชี้จุดทั้งหมดไว้แล้ว ซึ่งคำให้การก็ปรากฏว่าขั้นตอนการตั้งด่านพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีแดง ที่มีการระบาดของยาเสพติดขนาดหนัก นายชัยภูมิ นั่งภายในรถดังกล่าวโดยมีเพื่อนที่ถูกจับเป็นคนขับ มาพอมาถึงด่านตรวจทางเจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติตามขั้นตอนเรียกให้ลงรถค้นภายในรถ ก่อนจะขอค้นที่ฝากระโปรงรถหน้าหลัง แต่ระหว่างนั้นนายชัยภูมิ พยายามหลบหนี และควักระเบิดออกมา ทางเจ้าหน้าที่เกรงจะเกิดความสูญเสียจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก็ให้การแบบเดียวกับที่ทหารให้การทุกอย่างสอดคล้องกัน ส่วนที่โชลเซียลลงไปว่าทหารกระชากคอ ซ้อม ลากไปยิง อยากถามโลกโชลเซียลอย่าเอาแต่เขียนแชร์ๆต่อกัน ควรดูที่ความจริง พยานหลักฐาน ถ้าทุกอย่างมีหลักฐานพยาน ก็เข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เลย ตำรวจเราพร้อมให้ความเป็นธรรมแน่นอน

"นายชัยภูมิ ผู้ตายทุกคนบอกว่าเรียนอยู่ม.4 อายุ 17 ปี แต่ในบัตรประจำตัวที่เราพบเกิด 2539 อายุ 21 ปี กลุ่มโลกโชลเซียลก็พยายามโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐให้เห็นว่ากระทำต่อเด็ก แต่ความจริงเขาอายุ 21 แล้ว อีกทั้งเส้นทางการเงินของนายชัยภูมิ ก็ไม่ธรรมดา มีเงินจำนวนมากโอนเข้าทุกอาทิตย์ ซื้อรถเงินสด ไม่มีการโอน รถดังกล่าวเป็นของนางแสงหล้า ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีค้ายาเสพติดที่กำลังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ อีกทั้งนายชัยภูมิ ก่อนตาย 1 วันก็พาสาว 4 คนพร้อมเพื่อนชาย 1 คนไปเลี้ยงเที่ยว กินใช้จ่ายเงินหนาตลอดเวลา ถามว่าเด็กอายุขนาดนี้ ไม่มีงานทำ พ่อเสียชีวิต แม่สติไม่สมประกอบ ไม่มีงานทำ พี่ชายก็เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญมีชื่อในบัญชีดำ เด็กอายุขนาดนี้เอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือย แม้ฉากหน้าจะเป็นนักอนุรักษ์ และอื่นๆ แต่หลังฉากก็เป็นอีกอย่าง อยากให้ทุกคนได้เห็นความจริง นายชัยภูมิ นั้นเคยถูกตำรวจล่อซื้อยา มีหลักฐานครบทุกอย่างแต่หลบหนีการจับกุมไปได้ และในคดีนั้นทางตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานและกำลังจะออกหมายจับอยู่แล้ว โลกโชเชียลทุกอย่างใช่จะเป็นความจริงเสม อขอให้ประชาชนเสพสื่อออนไลน์แบบมีสติ ให้ความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่ด้วย" ผบช.ภ.5 กล่าวในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง..

- แห่อาลัย'ชัยภูมิ ป่าแส'ชาวลาหู่ นักกิจกรรมถูกวิสามัญ!

- ยันวิสามัญ'ชัยภูมิ ป่าแส' เหตุสุดวิสัย-ทำตามหน้าที่


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    49%
  • ไม่เห็นด้วย
    51%