อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 สิงหาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 สิงหาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

หนุ่มญวนน้อยใจแฟน เปิดประตูแท็กซี่วิ่งโดดน้ำจมดับ

หนุ่มเวียดนามเมาทะเลาะแฟนสาวบนรถแท็กซี่ เปิดประตูรถวิ่งกระโดดลงคลองบางกอกน้อยจมหาย เจ้าหน้าที่ลงงมค้นหานานกว่าชั่วโมง ก่อนพบร่างไร้วิญญาณ ขณะที่แฟนสาวเห็นศพได้แต่ร่ำไห้ พฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม 2560 เวลา 14.30 น.

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ร.ต.อ.เดชศวัตศดิศชนม์ อุฒมนตรี รองสว.(สอบสวน) สน.บางกอกน้อย รับแจ้งมีชายกระโดดลงไปในคลองบางกอกน้อย บริเวณด้านหลังกองเรือเล็ก (ทหารเรือ) ติดกับสะพานอรุณอัมรินทร์ แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. จึงพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดตรวจสอบบริเวณตลิ่งริมคลองบางกอกน้อย พบกระเป๋าสตางค์ 1 ใบ ภายในมีเงินสด 500 บาท และพาสปอร์ตระบุชื่อนายโด่ว จุ้ง เฮียว อายุ 21 ปี ชาวเวียดนาม ใกล้เคียงมี น.ส.ที อายุ 19 ปี ชาวเวียดนาม ซึ่งเป็นแฟนสาวของนายโด่ว จุ้ง เฮียว ร้องขอความช่วยเหลืออยู่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจึงประสานนักประดาน้ำจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทำการค้นหาภายในคลองดังกล่าว แต่กระแสน้ำไหลเชี่ยว ประกอบกับนายโด่ว จุ้ง เฮียว อยู่ในสภาพมึนเมา และว่ายน้ำไม่เป็น ทำให้ใช้เวลาค้นหานานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนจะพบศพผู้เสียชีวิตจมอยู่บริเวณใต้ท้องเรือของเจ้าหน้าที่ทหารเรือ ในสภาพไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขายาวเพียงตัวเดียว จึงนำร่างขึ้นมาบนฝั่ง ซึ่ง น.ส.ที เห็นศพแฟนหนุ่มถึงกับร่ำไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
     
จากการสอบสวน น.ส.ที ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองและนายโด่ว จุ้ง เฮียว ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มเดินทางไปร่วมงานวันเกิดเพื่อนแถวพระราม 9 จากนั้นได้เรียกรถแท็กซี่เพื่อเดินทางกลับบ้านพักย่านฝั่งธนบุรี ในระหว่างที่นั่งคุยกันในรถ เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันมาตลอดทาง โดยนายโด่ว จุ้ง เฮียว หาว่าตนเองมีคนอื่น กระทั่งมาถึงจุดที่เกิดเหตุ จู่ๆ นายโด่ว จุ้ง เฮียว ได้เปิดประตูรถแท๊กซี่ก่อนวิ่งเข้าไปริมตลิ่งกองเรือเล็ก(ทหารเรือ) แล้วกระโดดลงในน้ำด้วยอาการน้อยใจ ตนเองจึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าให้การช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ทันการณ์


        
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจะทำการสอบสวน น.ส.ที และพยานแวดล้อมเพิ่มเติมอีกครั้ง ก่อจะดำเนินนำศพส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ก่อนประสานญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนาต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 19