อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562

สาวป.โทลวงเหยื่อสูญ160ล. ร่ำไห้ขออโหสิแต่หน้าแหก

จับสาว ป.โท หลอกลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เอาเงินปันผล 3 % มาล่อ ก่อนช็อตหมุนเงินไม่ทันหนีซุก ตจว. สมาชิกหลายร้อยสูญเงินกว่า 160 ล้านบาท ก่อนขออโหสิกรรม แต่หน้าแหกเหยื่อไม่รับ เสาร์ที่ 9 กันยายน 2560 เวลา 18.34 น.


เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ก.ย. ที่กองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สายตรวจ และเจ้าหน้าที่ บก.สปพ. แถลงผลการจับกุม น.ส.ณิชภัทร ภัทรธาดา อายุ 32 ปี นักศึกษาปริญญาโท คณะบริหาร มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสตูล ที่ 99/2560 ลงวันที่ 12 ก.ค. 60 ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และหมายจับศาลจังหวัดตรัง ที่ จ.248/2560 ลงวันที่ 2 มิ.ย. 60 ในข้อหาเดียวกัน โดยจับกุมได้ที่หอพักภู-ภีม ต.หนองแสง อ.เมืองนครพนม เมื่อช่วงดึกของวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา 

สืบเนื่องจากเมื่อ ก.ค. 59 น.ส.ณิชภัทร ได้เปิดกลุ่มเฟซบุ๊ก ชื่อ "กลุ่มรับทรัพย์" ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น "บ้านเลขที่ 5" ซึ่ง น.ส.ณิชภัทร ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล และตั้งชื่อในเฟซบุ๊กว่า "Mai Ka" โดยชักชวนให้คนรู้จักเข้าร่วมจนมีสมาชิกภายในกลุ่ม 334 คน ก่อนเชิญชวนให้สมาชิกลงเงินทุน ราคาหุ้นละ 100 บาทต่อหุ้น โดยล่อใจว่าจะได้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตรา ร้อยละ 3 ต่อ 7 วัน เมื่อครบ 7 วันจะคืนเงินทุนให้ ซึ่งช่วงแรกมีการกำหนดว่าห้ามลงทุนเกิน 50,000 บาทต่อคน มีการจ่ายเงินจริงเมื่อถึงกำหนด ทำให้เกิดความน่าสนใจและมีคนหลงเชื่อ ต่อมา มีการชักชวนให้มีการลงหุ้นเพิ่มขึ้น โดยมีทองคำมาเป็นผลตอบแทนนอกเหนือจากเงินปันผลร้อยละ 3 ต่อ 7 วัน เช่น ถ้าลงทุน 100,000 บาท จะได้ทองคำเพิ่มอีก 1 สลึง ทำให้ผู้เสียหายลงทุนเพิ่มในจำนวนเงินถึงหลักล้านบาท

น.ส.ณิชภัทร ได้อ้างว่าจะนำเงินที่ผู้เสียหายลงทุนมานั้น ไปลงทุนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร และกองทุนอื่นๆ เมื่อสมาชิกรายใดได้ร่วมลงทุนจะมีเงินปันผล พร้อมเงินต้นทุนคืนให้ จึงทำให้ผู้เสียหายเกิดความหลงเชื่อ จนกระทั่ง ประมาณเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ณิชภัทร มีปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงเริ่มไม่มีการจ่ายเงินปันผล ผู้เสียหายทั้งหมดจึงขอถอนเงินลงทุนพร้อมเงินปันผลคืน แต่ทางน.ส.ณิชภัทรไม่สามารถคืนเงินให้ผู้เสียหายได้ จึงหลบหนีไป ก่อนมาถูกจับกุมตัวได้ โดยคดีนี้มีผู้เสียหายทั่วประเทศหลาย 100 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 160 ล้านบาท ทั้งนี้ จากการตรวจสอบทรัพย์สินพบว่า น.ส.ณิชภัทร นำเงินที่ได้จากผู้เสียหายไปซื้อทั้งบ้าน คอนโด รถยนต์ มูลค่ารวมกว่า 16 ล้านบาท บางส่วนก็นำไปเล่นการพนัน (ประเภทหวย) ซึ่งจะตรวจสอบว่า มีผู้อื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ และดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน โดยจะประสาน ปปง.ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและยึดทรัพย์สินต่อไป



จากการสอบสวน น.ส.ณิชภัทร ให้การทั้งน้ำตาว่า ตนเห็นเฟซบุ๊กอื่นทำในลักษณะเดียวกัน คิดว่าได้เงินดี จึงตั้งกลุ่มขึ้นมา เพราะอยากได้เงินจากการทำหน้าที่เป็นคนกลาง  โดยช่วงแรกก็สามารถจ่ายเงินปันผลคืนให้กับสมาชิกได้ในราคาร้อยละ 3 ขณะที่ตนจะได้ค่าตอบแทนร้อยละ 6 มีเงินหมุนเวียนประมาณ 50 ล้านบาท จนระยะหลังเกิดปัญหาหมุนเงินไม่ทัน ทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับเงินปันผล อีกทั้ง ตนยังเป็นหนี้นอกระบบ ถูกเจ้าหนี้ตามทวงตลอด จึงตัดสินใจหลบหนีไปพักตามโรงแรมจังหวัดต่างๆ กระทั่งถูกจับกุมตัว  ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนไม่มีเจตนาโกง แต่เมื่อทำให้ผู้เสียหายต้องเสียหายและโกรธแค้น ก็ขออโหสิกรรมด้วย บทเรียนในครั้งนี้คือความโลภ ไม่รู้จักพอ อาจนำมาซึ่งการไม่เหลืออะไรเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะแถลงข่าว มีผู้เสียหายประมาณ 20 คน ที่ถูกน.ส.ณิชภัทรหลอกให้ร่วมลงทุน ร่วมรับฟังด้วย โดยส่วนใหญ่เป็นเพื่อนสนิทกับคนรู้จักกับ น.ส.ณิชภัทร แต่ละคนถูกหลอกสูญเงินไปหลายล้านบาท หลายคนต้องเป็นหนี้นอกระบบจากการร่วมลงทุนด้วย จึงไม่ขออโหสิกรรมให้กับ น.ส.ณิชภัทร พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการให้ประกันตัวให้ถึงที่สุด เพราะสร้างความเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก ทั้งนี้ บก.สปพ. ยังได้จับผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 4,681 เม็ด ยาไอซ์ 20 กรัม และอาวุธปืน.               

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%