อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ซิวไต้หวันสมาชิกแก๊งคอลฯ ชี้ต้นตอคนไทยหลอกกันเอง

สืบ 9 บุกรวบ "ไต้หวันแสบ" ตระเวนกดเงินตามตู้เอทีเอ็มส่งให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้ส่วนแบ่ง 20% ด้าน "พ.ต.อ.พงศ์อานันต์" เผยตามไล่ล่ายากขึ้น เพราะแก๊งโจรเปลี่ยนทีมไปเรื่อยๆ เผยเป็นคนไทยที่ถูกว่าจ้างแล้วหลอกคนไทยด้วยกันเอง พฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2560 เวลา 14.58 น.

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9  พ.ต.อ.กิตติธเนศ ธนันทวีสิน ผกก.สส.บก.น.9 พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา รอง ผกก.สส.บก.น.9 และ พ.ต.ท.ประทีป กาวิน สว.กก.สส.บก.น.9 นำกำลังจับกุม นายวอง ชิน หัว อายุ 29 ปี ชาวไต้หวัน ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 567/2560 ลงวันที่ 13 ก.ย. ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น พร้อมของกลางคือชุดที่สวมใส่ตอนก่อเหตุ ดยจับกุมได้ที่ห้องเช่าซอยลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ 

พ.ต.ท.ประทีป กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายที่เป็นคนชราหลายรายในท้องที่ สน.หนองค้างพลู, สน.ปทุมวัน, สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี รวมถึงในท้องที่ จ.สุรินทร์ และอุตรดิตถ์ เข้าแจ้งความว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ใช้อุบายว่า มีสมุดบัญชีธนาคารจำนวนมาก ถูกส่งเป็นพัสดุมาให้ที่บ้าน แต่บุรุษไปรษณีย์ไม่สามารถนำจ่ายได้ เพราะตำรวจ ดีเอสไอ และปปง.ต้องการตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเงินในบัญชีของผู้เสียหาย เกรงว่าจะพัวพันกับการฟอกเงินและคดียาเสพติดจนผู้เสียหายตื่นกลัวจนหลงเชื่อ

พ.ต.ท.วิเชียร กล่าวา เมื่อผู้เสียหายเชื่อ บุคคลดังกล่าวก็จะแกล้งโอนสายไปให้ชายอีกคนที่อ้างตัวเป็นข้าราชการระดับสูงของรัฐ เพื่อสั่งให้ผู้เสียหายเดินทางไปทำธุรกรรมผ่านตู้ ATM ให้เลือกเมนูภาษาอังกฤษ ก่อนสั่งกดโอนเงินไปให้จนหมดบัญชี มูลค่าความเสียหายที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำสำเร็จคือ 9.5 ล้านบาท สำหรับ นายวอง ซิน หัว ที่ถูกจับได้นั้นเพราะมีภาพกล้องวงจรปิดหน้าตู้เอทีเอ็ม บันทึกภาพขณะกำลังกดเงินสด  500,000 บาท ของผู้เสียหายในท้องที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี 

“ผู้ต้องหายอมรับว่าเข้าออกไทย มาแล้ว 3 ครั้ง แต่ละครั้งจะมีนายทุนหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวันซึ่งคอยจัดหาที่พัก จัดหารถรับส่ง จัดหาโทรศัพท์มือถือ ว่าจ้างให้นำบัตร ATM ไปตระเวนกดเงินตามตู้ในห้างสรรพสินค้าต่างๆ พอได้เงินมาก็จะนำไปแลกเป็นตั๋วแลกเงินสกุลไต้หวันตามโต๊ะรับแลกเงิน เพื่อนำไปขึ้นเงินสดที่ประเทศไต้หวันตอนเดินทางกลับ โดยเขาจะได้ส่วนแบ่ง 20% จากตั๋วที่แลกกลับไปได้ทั้งหมด” พ.ต.ท.วิเชียร กล่าว 

ด้าน พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ กล่าวว่า แก๊งนี้จะว่าจ้างคนไทยไปตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทยด้วยกันเอง ปรับเปลี่ยนอุบายในรูปแบบต่างๆ ให้เหยื่อหลงเชื่อตลอดเวลา จากนั้นก็ว่าจ้างคนไทยให้ร่วมเป็นสมาชิกแก๊ง เช่น ทีมจัดหาคนเปิดบัญชีธนาคารพร้อมบัตร ATM ให้ค่าจ้างอัตราหัวละ 2,000 บาท ว่าจ้างลงทะเบียนซิมการ์ด ว่าจ้างทำหน้าที่ขับรถรับ-ส่งทีมกดเงินจากที่พักไปตามสถานที่ต่างๆ ที่ผ่านมาการสืบสวนค่อนข้างยาก เนื่องจากผู้ต้องหาเปลี่ยนทีมไปเรื่อยๆ คงต้องเริ่มจากให้ประชาชนตั้งสติแล้วอย่าหลงเชื่อคำขู่หลอกลวง.



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 6