อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

แม่ใจสลาย'ส.ต.ธเนศ'พลีชีพ ยืมเงินเพื่อนบ้านจัดงานศพ

ใจสลายรู้ข่าว "ส.ต.ธเนศ" ลูกชายทหารพรานที่พลีชีพเพื่อชาติ ในเหตุโจรใต้ก่อความไม่สงบพื้นที่ จ.ยะลา แม่เผยครอบครัวต้องขาดเสาหลัก ไปหยิบยืมเงินเพื่อนบ้าน 3 หมื่น มาเตรียมจัดงานศพ ศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 เวลา 12.15 น.

จากกรณีโจรใต้สุดเหี้ยมลอบวางระเบิดซ้ำซ้อน 3 จุด บนถนนพื้นที่หมู่ 1 ต.กาตอง อ.ยะหา จ.ยะลา จนเจ้าหน้าที่อีโอดีและทหารพรานเสียชีวิต และมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในพื้นที่และนักข่าวได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น ความคืบหน้าวันที่ 15 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดท่าจันทร์ หมู่ 3 ต.บ้านแดน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่สวดพระอภิธรรมศพ ส.ต.ธเนศ พุทโธ เจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พบ นายพีรภัทร พุทโท อายุ 54 ปี และ นางศรีอัมพร บุญเพชร อายุ 48 ปี บิดามารดาของทหารผู้กล้า กำลังช่วยกันจัดแต่งสถานที่จัดงานศพให้กับบุตรชาย ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัวญาติพี่น้อง รวมถึงเพื่อนฝูงของ ส.ต.ธเนศ ที่เดินทางมาให้กำลังใจ นายพีรภัทรและนางศรีอัมพร ที่วัดอย่างต่อเนื่อง
 
นางศรีอัมพร มารดาของ ส.ต.ธเนศ เปิดใจว่า มีอาชีพขายเปิดร้านขายอาหารตามสั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่วนสามีป่วยเป็นโรคเบาหวาน ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน โดยมีบุตรสาวอีกคนเป็นผู้ดูแล ซึ่งปัจจุบันก็มีเพียง ส.ต.ธเนศ ที่เป็นเสาหลักส่งเงินเดือนมาช่วยเหลือจุนเจือไว้เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวทุกเดือน จนกระทั่งเมื่อวานนี้มาทราบข่าวบุตรชายต้องสังเวยชีวิตให้กับเหตุก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา ตนถึงกับหัวใจสลายเป็นลมล้มพับไปต่อหน้าต่อตาลูกค้าที่มารับประทานอาหาร จนต้องรีบเข้ามาช่วยตนกันยกใหญ่ ก่อนจะตั้งสติได้รีบโทรศัพท์ไปหาสามี และสามีก็ช็อกตกใจเช่นเดียวกัน จากนั้นตนก็รีบเดินทางกลับมาบ้านเพื่อจัดงานเตรียมรอรับศพบุตรชาย


 
“ก่อนหน้าที่ ส.ต.ธเนศ  จะมาเป็นทหารรับใช้ชาติเค้ามีจิตใจชอบช่วยเหลือคนจน ผู้เดือดร้อน ผู้ยากไร้ รวมไปถึงหมา แมวอยู่แล้ว จนถึงขนาดไปสมัครเป็นอาสาสมัครกู้ภัยของป่อเต็กตึ๊ง และต่อมาก็สมัครเป็นทหารเกณฑ์ไปประจำอยู่ที่ชายแดนภาคใต้ กระทั่งปลดประจำการจึงไปเรียนสอบเป็นทหารต่อ และกลับไปประจำอยู่ในชายแดนภาคใต้อีก ซึ่งก็ไปทหารประจำอยู่ที่นั่นมาร่วม 5 ปีแล้ว ตอนแรกที่รู้ว่าลูกจะต้องเป็นทหาร และกลับไปประจำอยู่ชายแดนภาคใต้ ตนรู้สึกเป็นห่วงและไม่เห็นด้วย แต่ในเมื่อลูกมีใจรักและอยากรับใช้ประเทศชาติ ตนก็ไม่ได้ขัดใจอะไรและจะคอยโทรศัพท์พูดคุยเตือนลูกอยู่เสมอให้ระมัดระวังด้วยความเป็นห่วง แต่ลูกก็จะบอกกลับมาเสมอว่าถ้าต้องตายในหน้าที่ ก็ถือว่าพลีชีพอย่างเป็นเกียรติในการรับใช้ประเทศชาติ” นางศรีอัมพร กล่าว 

นางศรีอัมพร กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน และไม่ค่อยมีเงินเก็บ เนื่องจากเงินเดือนส่วนหนึ่งที่ ส.ต.ธเนศ ส่งมาผสมกับเงินของตนที่ทำมาค้าขายจะถูกนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายรักษาสามี ค่าใช้จ่ายของน้องสาวที่ยังเล่าเรียนอยู่และค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ซึ่งต่อเดือนแทบจะไม่มีเงินเหลือเก็บ จึงต้องจำใจไปขอกู้ยืมเพื่อนบ้าน 30,000 บาท มาเป็นค่าจัดงานศพให้กับบุตรชายก่อน ส่วนเหตุความรุนแรงทางชายแดนภาคใต้ที่ล่าสุดต้องทำให้บุตรของตนเองเสียชีวิต ก็อยากจะฝากไปถึงผู้ก่อความรุนแรงให้นึกถึงใจเค้าใจเราให้มาก และอยากให้รู้สึกถึงหัวอกคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องใจสลายมาเสียบุตรชายไปกับเหตุความรุนแรงนี้ แม้ตนและสามีรวมถึงครอบครัวจะยังทำใจไม่ได้แต่ก็อยากจะภาวนาขอให้เป็นความรุนแรงครั้งสุดท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
-ชาวเน็ตเทใจสดุดีทหารกล้า 'ขอบคุณที่ปกป้องแผ่นดิน'                          
-
เหตุโจรใต้บึ้มป่วนยะลา ตร.-ทหารพลีชีพ 2 เจ็บ 23 ราย                          
-
นาทีสะเทือนใจ'ทหาร 'ยื้อชีวิตเพื่อนหิ้วร่างส่งรพ.(คลิป)                          


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 11.37K