อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563

พบพิรุธสาวพม่ายิงตัวตาย ถนัดซ้ายปืนอยู่ขวา-ตร.งานเข้า

ทนาย"รณณรงค์"ชี้พบพิรุธคดีลูกจ้างเมียนมาวัย 17 ปีฉกปืนนายจ้างยิงตัวเองดับ คนตายถนัดซ้าย แต่ปืนอยู่มือขวา แถมปลดล็อกเซฟปืนเป็น ด้านพ่อแม่-เจ้าหน้าที่สถานทูตพม่าร้องให้ช่วย หลังถูกตร.ปฏิเสธเข้าถึงข้อมูล จันทร์ที่ 30 ตุลาคม 2560 เวลา 06.03 น.

จากกรณีพบศพน.ส.หวาน อายุ 23 ปี หญิงสาวชาวเมียนมา ถูกยิงด้วยปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าที่ขมับขวาทะลุขมับซ้าย เหตุเกิดวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ภายในบ้านเลขที่ 15/13  ถนนบ้านปากแรด เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง  จ.ราชบุรี ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว ขณะที่ทางตำรวจสรุปว่าผู้ตายยิงตัวตาย คาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากน้อยใจพี่สาวที่กลับประเทศเมียนมาโดยไม่บอก ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 30 ต.ค.นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ทนายคู่ใจ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า สาวใช้พม่าขโมยปืนนายจ้างมายิงตัวตายในบ้านนายจ้าง เป็นลงทุนให้ “ฆ่าตัวตาย”น่าดู คนตายถนัดซ้ายแต่ปืนอยู่มือขวา พบปลอกกระสุนสองนัดในที่เกิดเหตุ สาวพม่า17 ปีนี่เก่งนะปลดล็อกเซฟปืนเป็นด้วย ศพไม่ได้ถูกผ่าชันสูตรอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่สถานฑูตพม่าไปติดตามคดีแต่ดูจะไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ พ่อแม่สาวใช้พม่าพูดสื่อสารไทยไม่ได้ เป็นปัญหานานาชาติจริงๆ เรายอมรับในสิทธิของต่างด้าวในบ้านเรา ให้รับสิทธิ์ทางกฎหมาย หรือมองเป็นแค่แรงงานข้ามชาติ แต่ที่แน่ๆผู้กำกับบ้านโป่ง ราชบุรีกำลังจะงานเข้า



นายรณณรงค์ กล่าวกับ"เดลินิวส์ออนไลน์"ว่า เรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่สถานทูตพม่า พร้อมกับครอบครัวหญิงสาววัย 17 ปี ได้ร้องขอให้ช่วยตรวจสอบคดีนี้ เนื่องจากเขาติดใจกับคดีดังกล่าว อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่สถานทูตไม่ได้รับความร่วมมือ ในการร่วมกันติดตามความคืบหน้าของคดี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สถานทูตพม่าเขาตั้งข้อสังเกต เรื่องปืนในที่เกิดเหตุถูกสลับ และผู้ตายก็ตายในบ้าน พร้อมกับปืนของนายจ้าง แต่เรื่องที่พี่สาวหนีกลับบ้าน ทางเจ้าหน้าที่สถานทูตก็ตั้งข้อสังเกตเหมือนกัน เพราะผู้ตายอ่านภาษาไทยออก โดยไม่แน่ชัดว่าเกี่ยวกับธุรกิจของนายจ้างหรือไม่ แต่ตำรวจบ้านโป่ง ลงความเห็นว่าฆ่าตัวตายเพราะน้อยใจที่ถูกพี่สาวทิ้งไว้บ้านนายจ้าง

"มีการประสานงานไปยังแพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ จากเจ้าหน้าที่ทูต ทางคุณหมอแจ้งว่าศพไม่ได้ถูกผ่าชันสูตรอย่างละเอียด และให้นำศพมาผ่าที่กระทรวง พ่อแม่ชาวพม่าพูดไทยไม่ได้เลยค่อนข้างลำบาก ซึ่งเรื่องนี้จะขอให้ทางกองปราบรับทำคดีนี้ จากนั้นจะขอให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ผ่าศพ หรือตรวจสอบกระดูก ซึ่งได้นัดทางสถานทูตพม่าไว้ในวันที่ 31 ต.ค.ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จะพาพ่อแม่ และเจ้าหน้าที่สถานทูตไปร้องกองปราบในคดีนี้ ซึ่งขณะนี้กำลังรอเอกสารจากทางสถานทูตก่อน"นายรณณรงค์ กล่าวและว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สถานทูตตั้งคำถาม ถึงความตรงไปตรงมาในกระบวนการยุติธรรม กับตำรวจในท้องที่  ทางครอบครัวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปฎิเสธการเข้าถึงข้อมูลผู้ตายว่า อะไรทำให้ตำรวจเชื่อว่าฆ่าตัวตาย และได้แต่พาสปอร์ตคืนมาแค่นั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
น้อยใจพี่สาวหนีกลับปท. พม่าหยิบปืนนายจ้างยิงขมับดับ...


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%