อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 ตุลาคม 2561

กลัวมีความผิดแห่ส่งคืนสรีระ'หลวงพ่อผินะ'ล่าตัวคนขาย

หลายคนที่ครอบครองแห่งส่งคืน "สรีระหลวงพ่อผินะ" หลังทราบจาก "เดลินิวส์" เสนอข่าว”บ๊กแจ๊ด”ฝันถึงหลวงพ่อผินะให้ช่วยติดตามสรีระกลับคืนมา เตรียมเรียกพยานมาสอบเอาผิดกบผู้ที่ขายสรีระ เสาร์ที่ 13 มกราคม 2561 เวลา 07.27 น.

จากกรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) และประธานมูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง จ.ปทุมธานีนำทีมทนายความแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเดินหน้าค้นหาความจริงเกี่ยวกับสรีระสังขารหลวงพ่อผินะ ปิยธโร อดีตพระเกจิชื่อดังวัดสนมลาว อ.หนองแค จ.สระบุรีที่เล่าลือกันว่าถูกขโมยไปขาย ภายหลังอดีตพระเกจิดังไปเข้าฝัน 4-5 ครั้ง ให้ช่วยติดตามกลับคืนมาโดยมีการบวงสรวงดวงวิญญาณขอขมาลาโทษเจาะใต้ฐานรูปหล่อไฟเบอร์กลาสเก็บกระดูกไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมาสร้างความแตกตื่นให้ศิษยานุศิษย์และผู้ศรัทธาต่างเฝ้าจับตาอยากรู้ข้อเท็จจริงโดยเร็ววันตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
       
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 12ม.ค.บรรยากาศที่วัดสนมลาว ต.โคกแย้ อ.หนองแค จ.สระบุรี นางกิ่งทอง สายทอง อายุ 44 ปี แม่ค้าขายกาแฟอยู่ใกล้วัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครอยุธยา  พร้อมเพื่อนสาวได้ นำชิ้นส่วน(กระดูก)ความยาวประมาณ 5 นิ้ว บนชิ้นส่วนกระดูกมีอักขระ (ยันต์)ติดอยู่ด้วย โดยเข้าพบพระนัฐพงษ์ โชติพโล (พระลูกวัด)สนมลาวที่กุฏิหน้าสุสานหลวงพ่อผินะและแจ้งวัตถุประสงค์นำชิ้นส่วนกระดูกซึ่งไม่ทราบว่าเป็นของหลวงพ่อหรือไม่ เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิใจหลังทราบข่าว จาก เดลินิวส์ เมื่อวันที่ 12ม.ค.
        


นางกิ่งทอง สายทอง เปิดเผยว่าเมื่อราว 1 ปีได้มีกลุ่มผู้นิยมพระเครื่องได้นัดแนะกันมาพบกันที่ร้านตนแล้วต่างนำวัตถุมงคลพระเครื่องและเครื่องรางของขลังมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างพูดคุยกันได้เอ่ยถึงความศักดิ์สิทธิ์เครื่องรางของขลังของหลวงพ่อผินะโดยมีเซียนพระผู้หนึ่ง ได้ลืมชิ้นส่วนกระดูกซึ่งตนทราบต่อมาว่าเป็นของหลวงพ่อผินะและเซียนพระ ก็ไม่ได้มาติดตามทวงคืนตนจึงเก็บนำใส่พานบูชาไว้มักฝันถึงพระรูปหนึ่งที่คอคล้องรูปปะคำเป็นประจำ เมื่อฝันครั้งใดตนจึงนำ กระดูกดังกล่าวมาดูพบเห็นความแปลกบางครั้งมีสีเหลืองคล้ายทองและเมื่อเพ่งมองจะพบตัวเลขจากอักขระส่งผลให้ตนโชคดีหลายครั้ง ตนดูข่าวจาก น.ส.พ.เดลินิวส์ เห็นภาพถ่ายหลวงพ่อจึงเกิดความไม่สบายใจว่ากระดูกดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนที่หายไปหรือไม่จึงชวนเพื่อนเดินทางนำมาคืนให้กับวัดและจะเดินทางไปให้ปากคำกับ พนักงานสอบสวนที่ สภ.หนองแคต่อ
       
ด้าน พระนัฐพงษ์ โชติพโลเปิดเผยว่าหลังได้รับมอบชิ้นส่วนกระดูกจาก โยมกิ่งทอง แล้วได้แจ้งให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมารับไปเก็บรวบรวมกับโครงกระดูกที่นำออกมาจาก รูปหล่อหลวงพ่อ ในขณะเดียวกัน มีชายผู้หนึ่งอายุ 35 ปีได้นำชิ้นเนื้อใส่โหลมาคืนให้ทางวัดโดยแจ้งเพียงว่าเป็นของหลวงพ่อแล้วรีบกลับออกไปจากวัดทันทีซึ่งอาตมาก็ได้มอบให้ตำรวจไปแล้ว ส่วน ร.ต.อ.รุ่งโรจน์ ปิ่นทอง รองสว.(สอบสวน) สภ.หนองแค เปิดเผยว่า ได้เก็บรวบรวมโครงกระดูกของหลวงพ่อผินะทั้งหมดรวมทั้งของนางกิ่งทองและชิ้นเนื้อที่มีผู้นำมาคืน กับวัด เพื่อเตรียมจัดส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจดีเอ็นเอ ได้นัดให้ญาติ(หลวงพ่อผินะ)มาพบเพื่อให้พิสูจน์หลักฐานเก็บชิ้นเนื้อเพื่อเป็น(ตัวอย่าง)ตั้งต้นนำไปเปรียบเทียบกับโครงกระดูกและชิ้นเนื้อต่างๆว่าใช่ของหลวงพ่อผินะหรือไม่ เพื่อดำเนินการในขั้นตอน พร้อมกันนี้ได้ออกหมายเรียกพยานมาสอบปากคำไว้หลายหลายคนแล้ว.
       


มีรายงานด้วยว่า ภายหลังปรากฏเป็นข่าวออกไปมีบุคคลลึกลับโทรศัพท์ติดต่อมายัง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ และทีมงานแสดงความจำนงจะขอคืนชิ้นส่วนกระดูกและกะโหลกของหลวงพ่ออ้างว่าโทรมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาและซื้อหัวกระโหลกไปในราคา 10 ล้านบาท เพื่อนำไปบูชาหวังให้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว เนี่องจากนับถือและศรัทธาในหลวงพ่อผินะมากแต่เมื่อมีการแจ้งความดำเนินคดี เกิดความกลัวมีความผิดตามกฎหมาย จึงอยากจะส่งคืนมาประดิษฐานไว้ที่วัดสนมลาวดังเดิมซึ่งคาดว่ายังมีชิ้นส่วนอีกหลายชิ้นที่ถูกขาย กระจัดกระจายอยู่อีกจำนวนมากด้วย
       
ทั้งนี้สำหรับ หลวงพ่อผินะ วัดสนมลาวถือว่าเป็นอดีตพระเกจิชื่อดังระดับประเทศ ชั้นแนวหน้ามีวิชาอาคมเข้มขลังและหยั่งรู้ฟ้าดิน ท่านมรณภาพในท่านั่งวิปัสสนาสมาธิเมื่อวันที่15 ต.ค.2545 เวลาประมาณ 05.14 น.โดยผิวหนังอ่อนนิ่มคล้ายยังมีชีวิตอยู่สุดอัศจรรย์และหลวงพ่อได้เขียนหนังสือสั่งเสียไว้ตั้งแต่วันที่4 ต.ค.2545 ใจความว่า “เมื่อฉันละสังขาร ขอให้ปฏิบัติตามนี้คือ 1.ห้ามฉีดยาศพโดยเด็ดขาด 2.ให้เก็บศพไว้ในสภาพนั่งขัดสมาธิ 3.ให้บรรจุศพไว้ในที่เตรียมไว้ ณ สุสานผินะ 4.ไม่ต้องมีการสวดศพ 5.ไม่ต้องบอกคนมาก 6.ห้ามเผาศพโดยเด็ดขาด” ขณะที่มีศิษย์บางคนอ้างว่า หลวงพ่อเคยพูดไว้หากฟ้าผ้าสถูปเจดีย์เมื่อใด ให้นำสังขารท่านออกมาประดิษฐานให้คนกราบไหว้บูชาซึ่งได้เกิดเหตุฟ้าผ่าจริงตามคำสั่งเสีย.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 248