อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

หนุ่มบริษัทเฮ'บริสุทธิ์' ตำรวจลบประวัติให้แต่ติดคุกฟรี!

ได้ทำงานต่อ ตร.ลบประวัติหนุ่มบริษัท หลังเจอ ตร.ชลบุรี บังคับให้เซ็นรับข้อหาเสพยา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ชี้ไม่เข้าหลักเกณฑ์ ติดคุกฟรี อังคารที่ 23 มกราคม 2561 เวลา 20.50 น.

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. แถลงความคืบหน้ากรณี นายเฉลิมพล อยู่ดี อายุ 27 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง เข้าร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี แจ้งข้อหาเสพยาเสพติด จนต้องถูกนำตัวคุมขังนาน 7 วัน ว่า พ.ต.ต.วินิจ ผันอากาศ เจ้าของสำนวน (ยศในขณะนั้น) คิดว่าสำนวนออกไปแล้วจึงไม่ได้ติดตาม เลยทำให้สำนวนคดีนั้นอยู่ในห้องเก็บสำนวนที่มีเอกสารจำนวนมาก หลังได้รับการประสานจากผู้ร้อง เมื่อวานนี้ได้ระดมค้นหาสำนวนตัวจริง เมื่อพบก็ได้ดำเนินการไปขอรายงานจากสถานฟื้นฟู แล้วนำสำนวนไปส่งอัยการ อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง จึงนำความเห็นดังกล่าวมาที่กองทะเบียนประวัติอาชญากรลบชื่อออกจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรเรียบร้อย ไม่มีประวัติเป็นผู้ใช้สารเสพติดแต่อย่างใด ส่วนความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ทั้งพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวน และเจ้าหน้าที่เดินเอกสาร ว่าใครมีความบกพร่องหรือไม่อย่างไร หากพบว่าใครบกพร่องจะดำเนินพิจารณาทัณฑ์



ด้าน นายเฉลิมพล กล่าวว่าตนไม่ได้เสพยาแต่อย่างใด ปฏิเสธตั้งแต่อยู่ที่ด่านแล้ว เมื่อไปถึงโรงพักการเซ็นเอกสารเห็นแต่ตราครุฑ 7-8 ใบ เขาบอกให้เซ็น ผมขออ่าน 2 รอบ เขาก็ไม่ให้ดู ตำรวจที่จับมาจากด่านบอกแต่ว่า “มึงเซ็นๆกันไปก่อนเถอะ ไม่ต้องอ่าน ไม่ต้องรู้มันคืออะไร” จึงต้องเซ็นไปเพราะกลัวไม่รู้จะโดนอะไรไหม เขาพูดแบบใส่อารมณ์ ต่อจากนี้ จะไปที่กรมคุ้มครองสิทธิ์กระทรวงยุติธรรมเพื่อขอคำปรึกษาว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ ส่วนบริษัทที่ทำงานทราบเรื่องแล้ว ให้ทำงานต่อตามปกติ แต่ก็ยังติดใจอยู่ว่าทำไมต้องรอให้เวลาผ่านมากว่า 7 ปี ต้องรอให้มีเรื่องก่อนถึงมาแก้ไข



ต่อมา นายเฉลิมพล ได้เดินทางไป กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อยื่นคำร้องขอรับสิทธิ์ชดเชยค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ที่ถูกคุมขังระหว่างการสอบสวน 7 วัน ว่าจะได้รับสิทธิ์อะไรบ้าง โดยมี นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ รับเรื่อง ทั้งนี้ นายเกิดโชค กล่าวว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มีพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ซึ่งระบุว่าจำเลยที่มีสิทธิ์ได้รับค่าตอบแทน ต้องเป็นจำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ และถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดีของศาล

เมื่อศาลพิพากษาแล้วว่าไม่มีความผิด จึงจะได้รับค่าทดแทนความเสียหาย แต่เมื่อตรวจสอบเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อแล้ว นายเฉลิมพล ไม่เข้าเงื่อนไขใดๆ อย่างไรก็ตาม กรมคุ้มครองสิทธิฯกำลังแก้ไขค่าทดแทนแก่จำเลยใหม่ โดยจะกำหนดให้จ่ายค่าทดแทนจำเลย หากพบว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ตั้งแต่ในชั้นการสอบสวนของตำรวจ คาดว่าแผนกฎหมายดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายในปลายปีนี้ และเมื่อพิจารณาสิทธิ์ของกองทุนยุติธรรมว่าด้วยผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ในการช่วยเหลือ กรณีถูกคุมขังเกินกำหนด และจำเลยถูกคุมขังระหว่างสอบสวน ซึ่ง นายเฉลิมพล น่าจะเข้าข่ายได้รับการพิจารณากรณีเป็นจำเลยถูกคุมขังระหว่างสอบสวน ดังนั้น จะประสานกองทุนยุติธรรมให้รับเรื่องไว้พิจารณาต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 135