อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กรกฎาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กรกฎาคม 2561

หลอกตุ๋นเหยื่อซื้อแพกเก็จทัวร์ เสียหาย10ล้าน

ตำรวจท่องเที่ยว รวบกรรมการบริษัท ไทยอัลฟ่า หลอกตุ๋นเหยื่อซื้อแพกเก็จ เสียหาย 10 ล้าน ด้านบิ๊กแป๊ะ สะบัดปากกาลงนามคำสั่งตั้งคณะทำงานเยียวยาเฉลี่ยทรัพย์เหยื่อ  จันทร์ที่ 16 เมษายน 2561 เวลา 16.01 น.

เมื่อวันที่ 16 เม.ย. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท. 1 พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม น.ส.ธัญญรัศม์ สารสังวาล อายุ 31 ปี น.ส.ณวนัส โพธิ์สุข อายุ 34 ปี น.ส.ขวัญฤทัย มนต์แก้ว อายุ 22 ปี นางสาวสถาพร ทองพรหม อายุ 36 ปี น.ส.ธนิภา กัณหาชาติ อายุ 39 ปี และน.ส.มลฑาทิพย์ พลอยประภัสมุข อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จส.78-83/2561 ลงวันที่ 11 เม.ย.  ในฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และประกอบธุรกิจนำเที่ยวกระทำการอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่นักท่องเที่ยว ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับธุรกิจนาเที่ยวหรือตามที่ได้โฆษณาหรือชี้ชวนไว้ หรือตามพระราชบัญญัติควบคุมธุรกิจนาเที่ยวและมัคคุเทศก์ พุทธศักราช 2551 แก้ไข พุทธศักราช 2559 

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวไทย 44 ราย แจ้งความร้องทุกข์ สภ.เกาะหลีเป๊ะ ว่าได้รับความเสียหายจากกรณีซื้อแพ็กเก็จทัวร์ 3 วัน 2 คืน จากบริษัท ไทยอัลฟา อันดามัน จำกัด เพื่อท่องเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งเมื่อจ่ายเงินไปแล้ว กลับไม่ได้ไปท่องเที่ยวได้จริงตามที่กล่าวอ้างไว้ ก่อนที่ต่อมาพบว่ามีผู้เสียหายที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน มีจำนวนรวมกว่า 1,600 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท นำไปสู่การออกหมายจับนายถาวร ไกรแก้ว อายุ 51 ปี และนายประทีป แก้วนนท์ อายุ 43 ปี และพวกอีก 6 ราย ในฐานความผิดประกอบธุรกิจนาเที่ยวกระทาการ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่นักท่องเที่ยว ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับธุรกิจนาเที่ยวหรือตามที่ได้โฆษณาหรือชี้ชวนไว้ หรือตามพระราชบัญญัติควบคุมธุรกิจนาเที่ยวและมัคคุเทศก์ พุทธศักราช 2551 แก้ไข พุทธศักราช 2559 อย่างไรก็ตามตำรวจท่องเที่ยวได้จับกุมนายถาวร ได้ รวมทั้งเมื่อคืนที่ผ่านมาสามารถจับกุมกรรมการบริษัทอีก 6 รายได้ ซึ่งเหลือเพียง นายประทีป แก้วนนท์ ผู้ต้องหารายสำคัญที่อยู่ระหว่างหลบหนีอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว



รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า ทั้งนี้จากการสอบปากคำผู้ต้องหาบางส่วนให้การรับสารภาพและปฏิเสธ พร้อมซัดทอดไปยังนายประทีป จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวจดทะเบียนและมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในเบื้องต้นได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าเงินมีการเข้าออกบัญชีของนายถาวร ทั้งหมด โดยจากแนวทางการสืบสวนพบว่าบริษัทดังกล่าวมีนายถาวรเป็นเจ้าของบริษัท ส่วนนายประทีป ผู้ต้องหารายสำคัญ ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติของนายประทีป พบว่าเมื่อปี 2557 เคยก่อเหตุในลักษณะนี้ ซึ่งตอนนั้นเป็นผู้จัดการบริษัทกระบี่ภูพระนางรีสอร์ท และถูกตำรวจท่องเที่ยวจับกุม ก่อนที่จะพ้นโทษออกมาก่อเหตุอีกครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่ามีหมายจับข้อหาฉ้อโกงประชาชนติดตัวหลายมาก และเป็นที่ต้องการตัวของตำรวจอย่างมาก จึงฝากว่าใครมีเบาะแสให้รีบแจ้งมาได้ทันที  อย่างไรก็ตามกรณีนี้มีประชาชนตกเป็นเหยื่อได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน พร้อมหามาตรการในการเยียวยาผู้เสียหายเพื่อเฉลี่ยทรัพย์คืนให้ทั้งหมด โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร.เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งหลังจากนี้ได้ตั้ง ศปก.เพื่อรับเรื่องราวร้องเรียนกรณีดังกล่าวที่กก.1บก.ทท.1 ซึ่งผู้เสียหายทีได้รับผลกระทบสามารถมาแจ้งความได้ทันที  


      
น.ส.เบ็ญจพร หรือแก้ว (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนและเพื่อนรวม 5 คนต้องการไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ จึงหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต กระทั่งพบบริษัทนำเที่ยวดังกล่าว จดทะเบียนถูกต้องโดยมีผู้ติดตามเพจกว่า 1.5 แสนคน มีคนที่เคยไปมาแสดงความเห็นหลังซื้อทัวร์กว่า 100 รีวิว ทำให้มั่นใจตัดสินใจซื้อทัวร์ที่จัดโปรโมชั่นเที่ยวเกาะหลี่เป๊ะ จ.สตูล ซื้อ 1 แถม 1 ราคา 7,990 บาท 3 วัน 2 คืน ตนไปกัน 5 คน จ่ายเงินไปประมาณ 20,000 บาท กำหนดเที่ยว 23-25 มี.ค. เมื่อเดินทางมาถึง มีรถตู้มารับส่งที่สนามบิน ไปส่งขึ้นเรือข้ามเกาะ ระหว่างทางจึงดำน้ำ เกาะไข่ กระทั่งทางที่พักโทรมาสอบถาม ทราบว่า บริษัทดังกล่าว ยังไม่ทำการชำระค่าที่พัก จึงไม่สามารถให้เข้าพักได้ ทางกลุ่มตน 5 คน ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน ทั้งค่ารถตู้ ค่าเรือ ค่าดำน้ำ และที่พัก อีก 23,000 บาท รวมเงินที่จ่ายทั้งหมดประมาณ 43,000 บาท วันเดียวกันก็พบผู้เสียหายอีก 5 กลุ่ม 44 คน ซึ่งถูกลอยแพจากทัวร์เดียวกัน เมื่อติดต่อบริษัท มีพนักงานรับสายและบอกว่าเจ้าของบริษัทและกรรมการปิดบริษัทหนีไปแล้ว ทางพนักงานเองก็ไม่ได้รับค่าจ้าง ตนจึงโทรหานายถาวร เจ้าของบริษัท ตอบเพียงว่าหมุนเงินไม่ทัน ขอให้สำรองจ่ายไปก่อน แล้วจะหาเงินมาคืน พวกตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ สภ.เกาะหลีเป๊ะ พร้อมขอบคุณตำรวจ ทท. ที่ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาได้ และผู้ประกอบการชาวบ้านที่ช่วยเหลือขณะไปที่เกาะ รู้สึกประทับใจจะไปเที่ยวอีก เพราะเกาะหลี่เป๊ะ น่าเที่ยว แต่ผิดที่ทางบริษัทดังกล่าว.    

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 84