อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

พ่อสาวท้องรถไฟฟ้าทับดับ ฟ้องเรียก30ล้านค่าเสียหาย

พ่อสาวท้องแก่เคราะห์ร้าย ตกรางรถไฟฟ้าโดนทับเสียชีวิตเมื่อปี 60 ฟ้อง รมว.คมนาคม, ร.ฟ.ท. เรียกค่าเสียหาย 30 ล้าน ศาลนัดไกล่เกลี่ย 23 ก.ค.นี้  อังคารที่ 22 พฤษภาคม 2561 เวลา 17.19 น.

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ศาลจังหวัดพระโขนง นายวีระ เปลี่ยนหล้า บิดาของ น.ส.รสรินทร์ เปลี่ยนหล้า พร้อมนายพลเทพ ปวนยา ทนายความ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด, การรถไฟเเห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.), กระทรวงคมนาคม และ รมว.คมนาคม เป็นจำเลยที่ 1-4 เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหายจำนวนทุนทรัพย์ 30 ล้านบาท กรณีเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2560 น.ส.รสรินทร์ เปลี่ยนหล้า อายุ 32ปี บุตรสาว ภูมิลำเนาอยู่ อ.เวียงสา จ.น่าน ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ 6 เดือน พลัดตกลงในรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิ้งค์ สถานีบ้านทับช้าง ขณะรอโดยสารไปทำงานและถูกขบวนรถไฟทับจนเสียชีวิต ศาลได้ประทับรับฟ้อง เเละนัดคู่ความเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยกันในวันที่ 23 ก.ค.นี้

นายวีระ บิดาของน.ส.รสรินทร์ กล่าวว่า ทุกวันนี้ยังทุกข์ใจและคิดถึงลูกสาวตลอดเวลา ที่ผ่านมาได้เรียกร้องค่าเสียหายไปยังรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิ้งค์แต่ไม่ได้รับการเหลียวแล โดยได้รับค่าชดเชยเป็นเงินประกันอุบัติเหตุผู้โดยสารเพียง 4 แสนบาทเท่านั้น วันนี้จึงมายื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย 


         
ด้านนายพลเทพ ทนายความ กล่าวว่า ค่าเสียหายที่เรียกไปนั้น เป็นค่าเสียโอกาสที่โจทก์จะได้ทำงานเลี้ยงดูบิดา มารดา ค่าเจ็บป่วยทนทุกข์ทรมานจิตใจตลอดชีวิต ค่าเสียหายสุขภาพอนามัยจากการที่โจทก์ต้องสูญเสียบุตรสาวและหลานชาย นอกจากนี้เเล้วในท้ายคำฟ้อง ตนยังขอให้ศาลสั่งให้จำเลยทำเครื่องกั้นและจัดเจ้าหน้าที่ รปภ.คอยอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก คดีนี้หากตกลงกันไม่ได้ ก็จะนัดสืบพยานเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 
-หนุ่มสุดช็อคเผยนาทีสะเทือนใจ  สาวตกรางแอร์พอร์ตลิ้งก์ต่อหน้า                
-
ยันท้อง6ด.สาวตกรางรถไฟฟ้าทับดับ ไม่ชัดวูบ-จงใจโดด                                
-
ชี้ญาติสาวตกรางรถไฟฟ้า ฟ้องรฟท.ประมาทไม่สร้างรั้วได้                              
-
บันไดเลื่อนเสียเดินขึ้น3ชั้น เชื่อสาวท้องเป็นลมตกราง                                      


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 744