อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 สิงหาคม 2561

ชำแหละงบ50ล.พระพรหมเมธี โบ้ยสาวแนะเลี่ยงภาษี

ชำแหละงบเผยแผ่ศาสนา 50 ล้าน "อดีตพระพรหมสิทธิ" โบ้ย "คนสนิทสีกา" แนะวิธีเลี่ยงภาษี พฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2561 เวลา 07.15 น.

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานการแกะรอยหาหลักฐานเพิ่มเติมในคดีเงินทอนวัด เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายต่างๆ มีรายงานว่าในส่วนของวัดสระเกศวรมหาวิหาร พนักงานสอบสวนกองปราบฯมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการทุจริตที่เข้าข่ายการฟอกเงินซึ่งต่างจากการทุจริตเงินทอนวัดที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ โดยวัดสระเกศฯได้รับงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) รวม 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท โดย พศ. จ่ายเป็นเช็คเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2558 เนื่องจากเสนอของบทำโครงการเงินอุดหนุนอบรมคุณธรรมจริยธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนฯ ครั้งที่ 2 วัดสระเกศฯได้รับงบประมาณอีกจำนวนเงิน 32.5 ล้านบาท โดย พศ. จ่ายเงินเข้าบัญชีเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2559 เนื่องจากวัดได้เสนอโครงการอุดหนุนศูนย์กลางการเผยแผ่กิจการพระพุทธศาสนา

ทั้งนี้ในรายละเอียดของโครงการนั้น ในเอกสารได้ระบุทั้ง 2 โครงการว่าเป็นงบประมาณเพื่อหนุนด้านเผยแผ่ศาสนา โดยจะนำงบประมาณเพื่อนำไปอุดหนุนให้วัดสาขา 13 แห่ง แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียดกลับพบว่ามีวัดจำนวน 9 วัด ที่ไม่ได้รับงบประมาณอุดหนุนเลยตามที่ระบุไว้ ประกอบด้วย วัดไตรธรรมาราม จ.สุราษฎ์ธานี, วัดบุดดา จ.สิงห์บุรี, วัดมหาพุทธาราม จ.ศรีสะเกษ, วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม, วัดอัมพวัน จ.ยโสธ, วัดบ่อชะเนง จ.อำนาจเจริญ, วัดพระพุทธบาทเขากระโดง จ.บุรีรัมย์, วัดศรีมงคลใต้ จ.มุกดาหาร และวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา ส่วนวัดที่เหลืออีก 4 คือ วัดหลวงพ่อสด จ.ราชบุรี,วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่, วัดปากน้ำ จ.อุบลราชธานี และ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ได้รับงบประมาณไปแห่งละ 2 ล้านบาท รวม 8 ล้านบาท ส่วนงบประมาณที่เหลืออีกกว่า 50 ล้านบาทพบว่าอดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ได้ยักย้ายถ่ายเทไปยังบัญชีของ น.ส.นุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี คนในบ้านของ น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา อายุ 50 ปี อดีตเจ้าของ ห้างหุ้นส่วนจำกัดดีดีทวีคูณ ซึ่งเป็นสีกาคนสนิทของอดีตพระพรหมสิทธิ เพื่อให้ผลิตสื่อโฆษณาให้กับวัด
 
ทั้งนี้จากการสอบปากคำอดีตพระพรหมสิทธิในเบื้องต้นได้ให้การว่าที่โอนไปยังบัญชีของ นางสาวนุชรา นั้นก็เพราะ น.ส.ฑัมพร แนะนำว่าเป็นวิธีหนึ่งในการเลี่ยงภาษี แต่เมื่อชุดสืบสวนร่วมกับ ป.ป.ง.ตรวจสอบแล้วกลับพบว่าไม่เป็นเช่นนั้นเพราะเงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์และมีการนำไปใช้ในกิจการส่วนตัวจำนวนมาก ทั้งที่เงินจำนวนนี้ควรจะถูกจัดส่งไปยังวัดจำนวน 9 วัดเพื่อให้พระเณรในต่างจังหวัดที่ด้อยโอกาสได้เรียนหนังสือตามที่วัดเขียนโครงการมาซึ่งระบุว่าจะส่งเงินไปยังโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เป็นเงินค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 26,000 บาทต่อรูป รวมทั้งสองโครงการเป็นเงิน 62.5 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า รูปแบบของการทุจริตเงินวัดของ วัดสระเกศ วัดสัมพันธวงศ์ฯ และวัดสามพระยาวรวิหาร ครั้งนี้แตกต่างจากการดำเนินคดีเงินทอนวัดในครั้งที่ผ่านมา เนื่องรูปแบบเดิมที่พบในวัดต่างจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะเป็นฝ่ายเสนองบประมาณให้วัดไปทำโครงการต่างๆแต่เงินกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ถูกโอนคืนกลับไปให้ข้าราชการในสำนักพุทธฯ บางวัดพระจึงกลายเป็นเหยื่อของการกระทำความผิด ตำรวจจึงไม่ได้ดำเนินคดีกับพระแต่ได้กันไว้เป็นพยานเพราะถือว่าไม่มีเจตนา แต่กรณีของวัดดังในกรุงเทพฯทั้ง 3 วัดนั้น พระไม่ได้โอนเงินกลับไปยังเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ แต่เงินที่ได้รับมาเพื่อทำโครงการต่างๆกลับถูกโอนเข้าบัญชีฆราวาส บัญชีตัวเอง หรือมูลนิธิฯบางแห่งแทน ในรูปแบบของการฟอกเงิน ซึ่งตัวพระเป็นผู้ที่กระทำทุจริตด้วยตัวเองจึงต้องถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันฟอกเงินเพราะพระไม่ได้เป็นเหยื่อ เหมือนคดีเงินทอนวัดที่ผ่านมา.

อ่านข่าวเงินทอนวัดที่นี่...



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 155