อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ชำแหละงบ50ล.พระพรหมเมธี โบ้ยสาวแนะเลี่ยงภาษี

ชำแหละงบเผยแผ่ศาสนา 50 ล้าน "อดีตพระพรหมสิทธิ" โบ้ย "คนสนิทสีกา" แนะวิธีเลี่ยงภาษี พฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2561 เวลา 07.15 น.

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานการแกะรอยหาหลักฐานเพิ่มเติมในคดีเงินทอนวัด เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายต่างๆ มีรายงานว่าในส่วนของวัดสระเกศวรมหาวิหาร พนักงานสอบสวนกองปราบฯมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการทุจริตที่เข้าข่ายการฟอกเงินซึ่งต่างจากการทุจริตเงินทอนวัดที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ โดยวัดสระเกศฯได้รับงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) รวม 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท โดย พศ. จ่ายเป็นเช็คเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2558 เนื่องจากเสนอของบทำโครงการเงินอุดหนุนอบรมคุณธรรมจริยธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนฯ ครั้งที่ 2 วัดสระเกศฯได้รับงบประมาณอีกจำนวนเงิน 32.5 ล้านบาท โดย พศ. จ่ายเงินเข้าบัญชีเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2559 เนื่องจากวัดได้เสนอโครงการอุดหนุนศูนย์กลางการเผยแผ่กิจการพระพุทธศาสนา

ทั้งนี้ในรายละเอียดของโครงการนั้น ในเอกสารได้ระบุทั้ง 2 โครงการว่าเป็นงบประมาณเพื่อหนุนด้านเผยแผ่ศาสนา โดยจะนำงบประมาณเพื่อนำไปอุดหนุนให้วัดสาขา 13 แห่ง แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียดกลับพบว่ามีวัดจำนวน 9 วัด ที่ไม่ได้รับงบประมาณอุดหนุนเลยตามที่ระบุไว้ ประกอบด้วย วัดไตรธรรมาราม จ.สุราษฎ์ธานี, วัดบุดดา จ.สิงห์บุรี, วัดมหาพุทธาราม จ.ศรีสะเกษ, วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม, วัดอัมพวัน จ.ยโสธ, วัดบ่อชะเนง จ.อำนาจเจริญ, วัดพระพุทธบาทเขากระโดง จ.บุรีรัมย์, วัดศรีมงคลใต้ จ.มุกดาหาร และวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา ส่วนวัดที่เหลืออีก 4 คือ วัดหลวงพ่อสด จ.ราชบุรี,วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่, วัดปากน้ำ จ.อุบลราชธานี และ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ได้รับงบประมาณไปแห่งละ 2 ล้านบาท รวม 8 ล้านบาท ส่วนงบประมาณที่เหลืออีกกว่า 50 ล้านบาทพบว่าอดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ได้ยักย้ายถ่ายเทไปยังบัญชีของ น.ส.นุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี คนในบ้านของ น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา อายุ 50 ปี อดีตเจ้าของ ห้างหุ้นส่วนจำกัดดีดีทวีคูณ ซึ่งเป็นสีกาคนสนิทของอดีตพระพรหมสิทธิ เพื่อให้ผลิตสื่อโฆษณาให้กับวัด
 
ทั้งนี้จากการสอบปากคำอดีตพระพรหมสิทธิในเบื้องต้นได้ให้การว่าที่โอนไปยังบัญชีของ นางสาวนุชรา นั้นก็เพราะ น.ส.ฑัมพร แนะนำว่าเป็นวิธีหนึ่งในการเลี่ยงภาษี แต่เมื่อชุดสืบสวนร่วมกับ ป.ป.ง.ตรวจสอบแล้วกลับพบว่าไม่เป็นเช่นนั้นเพราะเงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์และมีการนำไปใช้ในกิจการส่วนตัวจำนวนมาก ทั้งที่เงินจำนวนนี้ควรจะถูกจัดส่งไปยังวัดจำนวน 9 วัดเพื่อให้พระเณรในต่างจังหวัดที่ด้อยโอกาสได้เรียนหนังสือตามที่วัดเขียนโครงการมาซึ่งระบุว่าจะส่งเงินไปยังโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เป็นเงินค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 26,000 บาทต่อรูป รวมทั้งสองโครงการเป็นเงิน 62.5 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า รูปแบบของการทุจริตเงินวัดของ วัดสระเกศ วัดสัมพันธวงศ์ฯ และวัดสามพระยาวรวิหาร ครั้งนี้แตกต่างจากการดำเนินคดีเงินทอนวัดในครั้งที่ผ่านมา เนื่องรูปแบบเดิมที่พบในวัดต่างจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะเป็นฝ่ายเสนองบประมาณให้วัดไปทำโครงการต่างๆแต่เงินกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ถูกโอนคืนกลับไปให้ข้าราชการในสำนักพุทธฯ บางวัดพระจึงกลายเป็นเหยื่อของการกระทำความผิด ตำรวจจึงไม่ได้ดำเนินคดีกับพระแต่ได้กันไว้เป็นพยานเพราะถือว่าไม่มีเจตนา แต่กรณีของวัดดังในกรุงเทพฯทั้ง 3 วัดนั้น พระไม่ได้โอนเงินกลับไปยังเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ แต่เงินที่ได้รับมาเพื่อทำโครงการต่างๆกลับถูกโอนเข้าบัญชีฆราวาส บัญชีตัวเอง หรือมูลนิธิฯบางแห่งแทน ในรูปแบบของการฟอกเงิน ซึ่งตัวพระเป็นผู้ที่กระทำทุจริตด้วยตัวเองจึงต้องถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันฟอกเงินเพราะพระไม่ได้เป็นเหยื่อ เหมือนคดีเงินทอนวัดที่ผ่านมา.

อ่านข่าวเงินทอนวัดที่นี่...



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 155