อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562

ทลาย2บ่อน'พนันออนไลน์' ซิว58ชาวจีนยึดคอมฯมือถือ

ปิดล้อมอาคารหรูรวบชาวจีน 58 ราย ใช้ไทยเป็นฐานตั้งพนันออนไลน์ เปิดได้ 3 เดือนเงินหมุนเวียน 700 ล้านบาท จ่อขยายผลคนไทยมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท  ศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2561 เวลา 19.35 น.

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 27 ก.ค. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ในฐานะรองผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร) พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 สนธิกำลังชุดปฎิบัติการ ศปอส.ตร. ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นำกำลังปิดล้อมตรวจค้น 2 จุด ภายในอาคารพีเอสทาวเวอร์ แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มชาวจีนเข้ามาเช่าเปิดเป็นฐานปฏิบัติการตั้งเว็บพนันออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน

โดยจุดแรกกำลังตำรวจปฎิบัติการ ศปอส.ตร เข้าตรวจสอบห้องชุดเลขที่ 36/39 ชั้น 13 ซึ่งเปิดเป็นบริษัทซัพวินซี่ เทคโนโลยีจำกัด ก่อนบุกเข้าไปภายในบริษัทดังกล่าว พบชาวจีน 22 ราย เป็นชาย 17 ราย หญิง 5 ราย กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่ก็อยู่ในอาการตกตะลึง วิ่งหนีจนชุลมุน แต่ทั้งหมดถูกคุมตัวไว้ได้ จากการตรวจค้นพบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 25 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก 3 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 33 เครื่อง ซึ่งกำลังเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ นอกจากนี้ยังพบเซริฟเวอร์ 2 เครื่อง บัญชีลูกค้าชาวจีนจำนวนหนึ่ง จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน จุดที่สองเข้าตรวจสอบห้องชุดเลขที่ 36/40 ชั้น 13 ซึ่งเปิดเป็นบริษัทซูล แอล เทคโนโลยี จำกัด พบชาวจีน 36 ราย เป็นชาย 28 ราย หญิง 8 ราย กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ ตรวจค้นพบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 66 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก 3 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 79 เครื่อง ซึ่งกำลังเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ นอกจากนี้ยังพบเซริฟเวอร์ที่ใช้ในการโอนเงิยจำนวน 1 เครื่องจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน



พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับปฎิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างงตำรวจจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสาธารณรัฐประชาชนจีน และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสืบสวนหลังทราบว่ามีกลุ่มชาวจีน ใช้ไทยเป็นฐานที่มั่นในการตั้งพนันออนไลน์ จึงได้บูรณาการทำงานร่วมกันในการแกะรอย กระทั่งพบความเคลื่อนไหวที่ห้องชุดดังกล่าวว่ามีกลุ่มคนจีนเข้ามาทำงานในลักษณะต้องสงสัยอยู่กันเป็นจำนวนมากและชอบเก็บตัวไม่ออกไปไหน ทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง จากการตรวจค้นพบว่าเป็นเครือข่ายพนันออนไลน์เว็บไซต์ www.Tiyo.com ใช้ห้องชุดดังกล่าวเป็นสถานที่ควบคุมระบบในการเปิดให้เล่นพนันออนไลน์ โดยมีนายทุนชาวฟิลิปปินส์ชื่อนายสตีฟ เป็นหัวหน้าใหญ่ และมีผู้ดูแลเป็นชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งในเว็บดังกล่าวมีโต๊ะพนันไพ่กว่า 20 ชนิด ทั้งโบร์กเกอร์ ไพ่เต๋อโจวออยไลน์ และไพ่ชนิดต่างๆ ที่ชาวจีนนิยมเล่น นอกจากนี้พบว่ามีเซิร์ฟเวอร์ใหญ่อยู่ที่ประเทศฮ่องกง และประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวสามารถรองรับลูกค้าชาวจีนได้มากกว่า 10 ล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งฐานหรือเซิร์ฟเวอร์หลักที่เปิดในประเทศไทย จะทำหน้าที่ในการรับแทงพนัน คำนวณแต้ม โดยผู้เล่นจะต้องโอนเงินผ่านระบบยูเนี่ยนเปย์ และวีแซท รวมทั้งพบความเชื่อมโยงกับขบวนการปั่นหุ้นในจีน ซึ่งแผนประทุษกรรมของขบวนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนในมณฑลเหอหนาน เดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว จากนั้นก็จะมาตั้งฐานก่อเหตุในไทย แต่จะสร้างความเสียหายในประเทศจีน ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าแผนประทุษกรรมในลักษณะนี้ยังคงมีอยู่



จากการสอบสวนทราบว่า ขบวนการนี้ได้เข้ามาในไทยกว่า 3 เดือน โดยมีเงินหมุนเวียนราว 700 ล้านบาท อย่างไรก็ดีการสืบสวนของตำรวจขณะนี้พบว่าทั้งสองบริษัทมีการจดทะเบียนโดยคนไทย ซึ่งขณะนี้ทราบตัวแล้ว อยู่ระหว่างการติดตาม อีกทั้งยังไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างแก๊งมังกรจีนเหอหนาน กับแก๊งที่มาจากมณฑลจี้หลิน ซึ่งเป็นคอลเซ็นเตอร์ ที่ถูกจับกุมได้ในภูเก็ตเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และเครือข่ายพนันออนไลน์ที่เชียงใหม่ แต่ทั้งหมดถือเป็นอาชญากรข้ามชาติกลุ่มสำคัญที่ตำรวจจากสาธารณรัฐประชาชนจีนต้องการตัวถือเป็นความร่วมมือระหว่างไทยจีนที่ประสบความสำเร็จอีกครั้ง หลังจับมือกันแลกเปลี่ยนข้อมูล จนเข้าจับกุมเป็นผลสำเร็จ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันจัดให้มีการละเล่นพนันออนไลน์ เป็นบุคคลต่างด้าวประกอบอาชีพ โดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งข้อหาเจ้าบ้านในฐานความผิดตาม ม.38 พรบ.ตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ซึ่งระบุว่าเจ้าของบ้านหรือผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรมซึ่งรับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เข้าพักอาศัย จะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ เคหสถาน หรือโรงแรมนั้นอยู่ ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ถ้าท้องที่ใดไม่มีที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองตั้งอยู่ ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ณ สถานีตำรวจในท้องที่นั้น ในกรณีที่บ้าน เคหสถาน หรือโรงแรมที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ตามวรรคหนึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองตรวจคนเข้าเมือง ก่อนนำตัวทั้งหมดส่ง สน.ทองหล่อ ดำเนินคดีตามกฏหมาย และจะประสานทาง กสทช. เข้ามาร่วมตรวจสอบต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%