อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

วินจยย.สาวถูกจับเครียดจัด ยันไม่เคยฝักใฝ่การเมือง

คุมตัว วิน จยย. สาว ส่งฝากขัง ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหา อั้งยี่-ยุยง ฐานครอบครองเสื้อ"สหพันธรัฐไท"เจ้าตัวยันไม่เคยฝักใฝ่การเมือง พุธที่ 12 กันยายน 2561 เวลา 14.27 น.

เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.ท.เสวก บุญจันทร์ รอง ผกก.(สอบสวน).กก.1บก.ป. ทำการเบิกตัว นางวรรณภา ( สงวนนามสกุล ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในข้อหา "อั้งยี่" ไปทำการฝากขังยังศาลอาญาผัดแรก หลัง พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. นำตัวมาส่งมอบให้กับทางพนักงานสอบสวนกองปราบดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อเย็นวาน( 12 ก.ย.) ที่ผ่านมา เนื่องจากพบว่ามีการครอบครองเสื้อยืดโปโลสีดำ ที่มีแถบป้ายสีขาวแดงที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์แบ่งแยกการปกครอง"สหพันธรัฐไท" บริเวณหน้าอกจำนวนหนึ่ง



ด้านน.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษย์ชน ซึ่งเดินทางมาเป็นฝ่ายกฎหมายให้กับนางวรรณภา กล่าวว่า นางวรรณภาดูมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัดเจน จนไม่สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนปกติ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาตนได้นำอาหารไปให้ แต่นางวรรณภาปฏิเสธที่จะรับประทานเนื่องจากมีอาการปวดหัวไมเกรน แต่พอหลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำในวันนี้อาการเริ่มดีขึ้นสามารถรับประทานอาหารและดื่มนมกล่องได้บ้างเล็กน้อย ทั้งนี้นางวรรณภา ได้ยืนกรานให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เนื่องจากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด และไม่ทราบว่าสัญลักษณ์บนเสื้อดังกล่าวมีความหมายอย่างไร และไม่เคยฝักใฝ่เรื่องการเมือง  เพราะเป็นเพียงแค่วินจยย.รับจ้างทั่วไป ที่มีเสื้อเพราะรับมาจากมารดาอีกที

“ส่วนเรื่องประกันตัวคิดว่าศาลน่าจะมีเมตตา เพราะข้อเท็จจริงแล้วตัวผู้ต้องหาไม่ได้มีแนวคิดที่จะปลุกปั่น หรือแนวคิดทางการเมือง หรือมีความรู้เกี่ยวกับสหพันธรัฐไทยดังกล่าว เบื้องต้นได้เตรียมเงินไว้ 1แสนเพื่อเป็นหลักทรัพย์ประกันตัว จากกองทุนช่วยเหลือนักโทษทางการเมือง ที่เขาได้ยื่นมือเข้ามาช่วย แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าศาลจะตั้งเงินประกันเท่าไหร่”น.ส.ภาวิณี กล่าวว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หิ้ววินจยย.สาวมีเสื้อ'สหพันธรัฐไท' ส่งป.ดำเนินคดี'อั้งยี่'...


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    60%
  • ไม่เห็นด้วย
    40%

บอกต่อ : 14