อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564

คนขับรถอ้อยโร่มอบตัว รับขับซิ่งพลาดคว่ำทับเก๋งเจ็บ2

คนขับรถบรรทุกอ้อย เข้ามอบตัวแล้ว หลังโซเชียลแชร์คลิปว่อนเน็ต รับสารภาพขับมาไวคว่ำทับเก๋ง 2 ผัวเมีย บาดเจ็บรถพังเสียหาย ด้านตำรวจจับตรวจสารเสพติด จ่อแจ้งข้อหาขับประมาทฯ อังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 14.25 น.


จากกรณีอุบัติเหตุบนถนนสายนาด่าน–สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นถนนวิ่งสวนกัน 2 เลน เมื่อรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า ทะเบียน 80-7783 หนองบัวลำภู บรรทุกอ้อยมาเต็มคัน พยายามหักแซงรถด้านหน้า แต่เกิดเสียหลักพลิกคว่ำทับรถเก๋งโตโยต้า โซลูนา สีบรอนซ์ ทะเบียน กง 3189 อุดรธานี จนรถพังยับ ส่งผลให้ นายทองสิน มุ่งงาม ข้าราชการบำนาญ และนางสมหวัง อ้วนชัย ชาวจ.หนองบัวลำภู สองสามีภรรยาได้รับบาดเจ็บ ขณะที่คนขับรถอ้อยกลับอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้ ตามที่ปรากฏเหตุการณ์มาแล้วนั้น 

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปภาพอุบัติเหตุดังกล่าว พร้อมกับคำวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยคลิปที่ปรากฏมีความยาว 3 นาที เป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดร้านค้าแห่งหนึ่งใกล้จุิดเกิดเหตุ สามารถจับภาพช่วงที่รถอ้อยกำลังเสียหลักทับรถเก๋งเอาไว้ได้ โดยผู้ที่พบเห็นต่างมองว่าฝ่ายรถอ้อยน่าจะบรรทุกมาเกินพิกัด ประกอบกับรถสภาพเก่าทำให้เบรกไม่อยู่ พอหักหลบรถที่จอดด้านหน้าทำให้เสียหลักพลิกไปทับรถที่วิ่งสวนมานั่นเอง อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เรียกร้องให้คนขับรถออกมารับผิดชอบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็ว

 

#คลิปเหตุรถบรรทุกอ้อยเสียหลัก เอียงล้มทับรถเก๋ง 2 สามีภรรยาข้าราชการครูบำนาญ บาดเจ็บสาหัส ขณะขับสวนทางมา เหตุเกิด 2 ก.พ.62 ที่ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู

โพสต์โดย ติดตาม จราจร หัวโปก เมื่อ วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2019

ล่าสุด ตำรวจ สภ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู แจ้งว่า นายจรัญ ทองยา อายุ 41 ปี คนขับรถบรรทุกอ้อย ทนแรงกดดันไม่ไหวเดินทางเข้ามอบตัวแล้ว เบื้องต้น ให้การรับสารภาพว่าขับรถประมาทจริง ช่วงเกิดเหตุรถมาความเร็วแล้วพยายามหักหลบ แต่เกิดผิดพลาดพลิกคว่ำทับคู่กรณี ด้วยความตกใจจึงรีบหนีออกมา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ พร้อมคุมตัวไปให้แพทย์ตรวจหาสารเสพติดทันที สำหรับคดีนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่แจ้งข้อหาใดๆ แต่การขับขี่ในลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายกระทำผิดฐานขับขี่รถโดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย แต่ขอให้ผลการตรวจร่างกายออกมาเสียก่อน และหากการสอบสวนพบว่าได้กระทำความผิดอื่นๆ ก็จะได้แจ้งข้อหาพร้อมกันต่อไป.





ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาคมกู้ภัยพระไชยเชษฐาธิราช อ.สุวรรณคูหา และ เพจเฟซบุ๊ก ติดตาม จราจร หัวโปก


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 513