อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

'เมีย'ไม่กลับบ้าน'ผัว'ตามล่า ยิงยางรถฉุดหาย-ไม่รู้ชะตา

เหตุระทึก ชายหนุ่มบุกยิงยางรถหญิงสาวกลางถนน ก่อนตบตีฉุดลากขึ้นรถหายไป พยานคาดอาจเป็นเหตุภรรยาไม่กลับบ้าน สามีจึงสะกดรอยตาม ตอนนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมฝ่ายหญิง อาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 19.59 น.


เมื่อวันที่ 10 ก.พ. พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง สว.สอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีชายหญิงทะเลาะวิวาทกัน และใช้ปืนยิงใส่รถยนต์จนยางรถเสียหาย บริเวณลานจอดรถหน้าหอพักซูมเพลส ซอยตลาดนัดคุณยาย 100 ปี ต.คลองหนึ่ง จึงไปตรวจสอบพร้อมสายตรวจและฝ่ายสืบสวน ที่เกิดเหตุอยู่ตรงช่องจอดรถหน้าหอพัก พบรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน 6 กพ 2769 กรุงเทพมหานคร สภาพถูกยิงที่ยางด้านขวาจนแตกเสียหาย ซึ่งพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 1 ปลอก ส่วนเจ้าของรถมีพยานเห็นว่าได้ถูกมือปืนทำร้ายแล้วฉุดกระชากขึ้นรถเก๋งสีขาวอีกคันไป



น.ส.เมธาวี (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี พยานให้การว่า ตนนั่งรถมากับแฟนเพื่อจะมาซักผ้า พอดีเห็นผู้ชายขับรถเก๋งมิตซูบิชิ มิราจ สีขาว จำทะเบียนไม่ได้ ขับอยู่ด้านหน้า และกำลังจะชนกับเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว คันที่ถูกยิง จากนั้นผู้ชายรถมิราจก็ลงมาจากรถและได้ชักปืนจากเอว ก่อนเดินปรี่ไปเคาะกระจกรถซีวิคที่มีหญิงสาวเป็นคนขับ

"ปรากฏว่าฝ่ายหญิงไม่เปิดกระจก ชายคนนั้นเลยโมโหแล้วยิงใส่ยางรถไป 1 นัด หนุตกใจมากเลยให้แฟนขับรถออกไปห่างๆ และรีบโทรฯแจ้งตำรวจ มาเห้นอีกทีคือรถเก๋งซีวิคจอดอยู่ในช่องลานจอดแล้ว แม่บ้านดูแลหอพักบอกว่าหญิงสาวได้พยายามวิ่งหนีขึ้นไปบนหอพัก แต่ฝ่ายชายวิ่งตามมาทันจึงตบตีจนเลือดกลบปาก จากนั้นก็ลากตัวขึ้นรถมิราจไปเลย"



ขณะที่พยานอีกคน ให้การกับตำรวจเพิ่มเติมว่า คาดว่าฝ่ายชายน่าจะเป็นสามีที่มาตามภรรยาเพราะขณะทำร้ายร่างกายได้ดุด่าเสียงดังว่า "กูมาเฝ้าหามึงตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ทำไมไม่กลับบ้าน" ก่อนที่ฝ่ายชายจะฉุดกระชากฝ่ายหญิงขึ้นรถขับออกไป

พ.ต.ท.สุชัย เปิดเผยว่า ได้วิทยุให้สกัดจับแล้วแต่ยังไร้วี่แวว สันนิษฐานว่าอาจจะเป้นสามีภรรยากัน ตอนนี้ไม่รู้ว่าชะตากรรมฝ่ายหญิงจะเป็นเช่นไรบ้าง เบื้องต้นจะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวมทั้งเอาทะเบียนรถซีวิคของฝ่ายหญิงไปค้นหาว่าใครเป็นผู้ครอบครองในการสืบสวนสอบสวน.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    64%
  • ไม่เห็นด้วย
    36%

บอกต่อ : 1.38K