อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

ทลายแก๊งสวมซาก-ทะเบียน ยึดรถหรู-ซูเปอร์คาร์ค่า200ล.

กองปราบเปิดปฏิบัติการทลายแก๊งสวมซาก สวมทะเบียน ในพื้นที่สมุทรปราการ ปทุมธานี ยึดรถหรูกว่า 10 คัน มูลค่า 200 ล้านบาท เร่งขยายผลหาความเชื่อมโยงสงสัยเจ้าหน้าที่รัฐมีเอี่ยว พฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2562 เวลา 16.30 น.

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. แถลงผลการตรวจยึดรถหรู สวมซาก สวมทะเบียน ปลอมเอกสาร พร้อมรถของกลางรวม 10 คัน ประกอบด้วย รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า 4 คัน แบ่งเป็น รุ่น vellfire 3 คัน แบ่งเป็น สีดำ 2 คัน สีขาว 1 คัน และรุ่นเอสติม่า สีขาว 1 คัน รถยนต์ยี่ห้อลัมโบร์กินี 2 คัน แบ่งเป็น รุ่นกัลลาร์โด สีส้ม 1 คัน และสีเขียว 1 คัน รถยนต์ยี่ห้อเฟอร์รารี่ รุ่นแคลิฟอร์เนีย สีแดง 1 คัน รถยนต์ยี่ห้อเบนท์ลี่ย์ 2 คัน แบ่งเป็นรุ่นฟลายอิ้ง สเปอร์ สีน้ำเงิน 1 คัน และรุ่นเบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที สีดำ อีก 1 คัน และรถยนต์ยี่ห้อฮัมเมอร์ สีดำ 1 คัน

พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า สำหรับการตรวจยึดรถหรูของกลางในครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางกองปราบฯ ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมเกี่ยวกับการโจรกรรมรถยนต์ ซึ่งแบ่งการกระทำความผิดออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย แผนประทุษกรรมที่ 1.รถสวมซาก หรือการนำซากรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรงจนไม่สามารถนำกลับมาซ่อมใช้งานได้อีกไปตัดต่ออะไหล่และหมายเลขตัวถังรถและสวมใส่กับรถยนต์รุ่นเดียวกันหรือใกล้เคียงที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ประเภทที่ 2.การนำรถเก่าที่ได้มาจากการประมูลกรมศุลกากรมาทำการดัดแปลงสวมกับรถยนต์ยี่ห้อเดียวกันแต่เป็นรุ่นที่ใหม่กว่า เพิ่มมูลค่าราคารถ ประเภทที่ 3.เป็นรถที่มีการปลอมแปลงเอกสารการนำเข้าของศุลกากร ประเภทที่ 4.รถแฝด หรือรถที่มีการทำทะเบียนปลอมและปลอมเอกสารการครอบครองรถขึ้นมา โดยปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ซึ่งพบว่ามีการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอยู่ในหลายพื้นที่ ทั้งตามบ้านพักและอู่รถซ่อมรถต่างๆ ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และจ.ปทุมธานี จึงได้ทำการเข้าตรวจค้นจนพบรถของกลางดังกล่าว



"จากผลปฏิบัติการในรอบหกเดือนที่ผ่านมาสามารถตรวจยึดรถยนต์หรูได้มากว่า 10 คัน มูลค่ารวม 200 ล้านบาท ต่อจากนี้ ทางกองปราบจะทำการตรวจสอบบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรถยนต์ทั้งหมด พร้อมสืบหาความเชื่อมโยงการกระทำความผิดว่ามีการกระทำเป็นขบวนการหรือมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ส่วนการสอบปากคำเจ้าของรถยนต์แต่ละคันเพื่อสอบถามที่ไปที่มาของรถ เบื้องต้นพบว่าบางส่วนมีเจตนาการซื้อรถโดยบริสุทธิ์ใจ เพียงแต่ไม่ทราบมาก่อนว่ารถที่ซื้อมานั้นเป็นรถผิดกฎหมายที่ถูกดัดแปลงขึ้นมา ซึ่งเจ้าของรถกลุ่มนี้จะเปรียบเหมือนผู้เสียหาย แต่ในส่วนของเจ้าของรถบางคันที่รู้ว่ารถที่ซื้อมานั้นเป็นรถผิดกฎหมาย ก็คงจะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เพียงแต่ขอเวลาทำการตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน" พล.ต.ต.จิรภพ กล่าว 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 40