อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2562

เตือนอันตรายสารเสพติด เสพมากสมองพิการถาวร

แพทย์เตือนผู้เสพเสี่ยงสมองติดยา ระบุเพียง 1 เดือนเซลล์สมองถูกทำลายได้ ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลเสียไป เพราะสมองส่วนอยากอยู่เหนือสมองส่วนคิด ชี้เพิ่มโอกาสสมองพิการถาวร และกลับมาเป็นปกติได้ยาก พุธที่ 19 มิถุนายน 2562 เวลา 11.56 น.


เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ให้ความรู้ว่า "สมองติดยา" เป็นอาการที่พบได้ในผู้เสพยาและสารเสพติด เมื่อเสพเข้าสู่ร่างกาย จะมีผลต่อสมอง 2 ส่วน คือ สมองส่วนคิด (Cerebral Cortex) และสมองส่วนอยาก (Limbic System) ยาและสารเสพติดจะเข้าไปกระตุ้นสมองให้หลั่งโดปามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดความสุขออกมามากกว่าปกติ ทำให้มีความสุขอย่างมากและรวดเร็ว เกิดความพึงพอใจมากกว่าปกติ เมื่อหมดฤทธิ์จะทำให้ผู้เสพมีอาการหงุดหงิด ซึมเศร้า จึงพยายามแสวงหายาและสารเสพติดมาใช้ซ้ำเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันเมื่อใช้ยาและสารเสพติดบ่อย ๆ จะทำให้สมองส่วนคิดถูกทำลาย การใช้ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลเสียไป สมองส่วนอยากจะอยู่เหนือสมองส่วนคิด ทำให้ทำอะไรตามใจตามอารมณ์ ผู้เสพยาและสารเสพติดจึงมักแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ก้าวร้าว หงุดหงิด เกิดอาการทางจิตประสาท ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ หมกมุ่นกับการใช้ยาและสารเสพติด ทำทุกวิถีทางให้ได้ยาเสพติดมาเสพ ส่งผลกระทบทั้งต่อตนเองและสังคม
 
ขณะที่ นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผอ.สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าผู้เสพยาและสารเสพติด เข้าสู่กระบวนการเลิกยาและสารเสพติดอย่างจริงจังช้าเกินไป เนื่องจากคิดว่าตนเองไม่ติด ไม่จำเป็นต้องรักษา สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน คือ เซลล์สมองถูกทำลาย ซึ่งจะมีความชัดเจนหลังจากเสพเพียง 1 เดือน และหากมีภาวะเสริมจากปัญหาของสมอง เช่น ระดับสติปัญญาต่ำ หรือมีสภาพจิตใจที่ไม่ปกติ มีแนวโน้มทางกรรมพันธุ์ที่มีโอกาสจะเกิดโรคทางจิตเวช ยิ่งทำให้อาการทางสมองที่ผิดปกติแสดงออกมาอย่างรุนแรงมากขึ้น ทำให้สูญเสียความทรงจำ คล้ายคนสมองเสื่อม ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ เกิดความผิดปกติทางจิตเวชจากภาวะสมองพิการ
 
อย่างไรก็ตามหากหยุดเสพยาและสารเสพติดตั้งแต่เริ่มเสพไม่นาน และเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง สมองจะมีโอกาสฟื้นฟูเป็นปกติมากขึ้น แต่ในรายที่เสพยาและสารเสพติดมาเป็นระยะเวลานานมากกว่า 5-10 ปี และเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาช้า สมองจะถูกทำลายกลายเป็นโรคสมองพิการถาวร โอกาสที่สมองจะกลับมาเป็นปกติเป็นเรื่องที่ยาก แม้จะสามารถเลิกเสพยาและสารเสพติดได้ก็อาจสายเกินไป เพราะไม่สามารถใช้สมองเพื่อเรียนหนังสือหรือทำงานได้อย่างเช่นคนปกติทั่วไป.
 
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง...


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%