อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

สตม.แถลงจับพาสปอร์ตปลอม ยันBIOMETRICSเจ๋งจริง!

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. พร้อมนายตำรวจในสังกัด ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม ผู้ใช้หนังสือเดินทางปลอมหลายราย จันทร์ที่ 15 กรกฎาคม 2562 เวลา 19.51 น.

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม. และพล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 ร่วมกันแถลงจับกุมผู้ต้องหาคดีปลอมหนังสือเดินทาง โดยมีการนำเทคโนโลยี Biometrics มาใช้ในการทำงาน โดยคดีแรก เป็นการจับกุม Mr.Soe อายุ 47 ปี สัญชาติเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวแสดงหนังสือเดินทางประเทศมาเลเซียปลอม ถูกจับขณะเดินทางไปเมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เบื้องต้นสารภาพว่ากระทำผิดจริง 

คดีที่ 2 เป็นการจับ Mr.Akouani อายุ 21 ปี และ Miss Fofana อายุ 22 ปี สัญชาติโกตดิวัวร์ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยทั้งสองแสดงหนังสือเดินทางประเทศมอริเชียส เช็คอินสายการบิน Lufthansa LH773 เส้นทาง กรุงเทพ-เมืองแฟรงก์เฟิร์ต โดยเครื่อง Biometrics ไม่สามารถอ่านไมโครชิพซึ่งฝังอยู่ในหนังสือเดินทางได้ จึงคุมตัวทั้งสองไปสอบสวน ให้การรับสารภาพว่า มิได้เป็นคนมอริเชียสแต่เป็นบุคคลสัญชาติ โกตดิวัวร์ ก่อนหน้านี้ไปว่าจ้างบุคคลจัดหาหนังสือเดินทางประเทศมอริเชียสปลอม โดยเสียค่าใช้จ่ายเล่มละ 200 ยูโร หรือประมาณ 7,000 บาท เพื่อใช้ในการเดินทางไปทำงานที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี 

คดีที่ 3 เป็นการจับกุม Mr.Amith อายุ 41 ปี หนุ่มชาวอินเดีย ปลอมพาสปอร์ตสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวเดินทางด้วยสายการบิน AIR CHINA ไปเมืองเฉิงตู ประเทศจีน ผ่านเม็กซิโก ปลายทางประเทศแคนาดา และเมื่อทำการตรวจสอบโดยระบบ Biometrics พบว่าระบบไม่สามารถอ่านไมโครชิพ ซึ่งฝังอยู่ในหนังสือเดินทางได้ ทำให้ผู้ต้องหารับสารภาพว่า มีชายทราบชื่อ BABA ชาวเนปาล เป็นผู้จัดหาหนังสือเดินทางประเทศสิงคโปร์ปลอม โดยเสียค่าใช้จ่ายเล่มละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 30,720 บาท 

คดีที่ 4 เป็นการจับ นายเหลียง เจิม โบ อายุ 32 ปี หนุ่มไม่ทราบสัญชาติ เข้ารับการขอตรวจลงตราวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเข้าสู่ราชอาณาจักร แต่พอใช้เครื่อง Biometrics  ตรวจสอบหนังสือเดินทาง VSC 6000 และ Verifier TD&B ตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล ตรวจสอบจากคุณลักษณะนิรภัยของหนังสือเดินทาง และตัวอย่าง Specimen หนังสือเดินทาง TAIWAN เปรียบเทียบ พบว่ามีการปลอมแปลงหน้าข้อมูลบุคคลหนังสือเดินทาง (Counterfeit Bio Data Page) จึงคุมตัวไปสอบสวนและให้การรับสารภาพว่า ใช้หนังสือเดินทางปลอมโดยจ่ายค่าดำเนินการไป 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 600,000 บาท ให้แก่ ชายชาวไต้หวันไม่ทราบชื่อ เพื่อใช้เดินทางเข้าไทย 

คดีที่ 5 เป็นการจับกุม น.ส.ลิ หญิงชาวจีน อายุ 40 ปี มีหมายแดงกลางสนามบินภูเก็ต เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะแสดงตนขอเดินทางออกราชอาณาจักรที่ ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาออก ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบผ่านระบบ Biometrics ก็พบว่าระบบได้ทำการแจ้งเตือนว่าบุคคลดังกล่าว เป็นบุคคลที่ทาง สอท. สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทยและหัวหน้าผู้แทนกระทรวงสาธารณะความปลอดภัย (MPS) ของจีนประจำกรุงเทพฯ ได้ขอความร่วมมือให้จับกุม เนื่องจากเป็นบุคคลตามหมายจับ โดยถูกสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในคดี การฝากเงินของประชาชน โดยได้รับเงิน 100 ล้านหยวน อย่างผิดกฎหมายและเป็นบุคคลที่ทางการจีนต้องการตัว เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัว นำส่ง พงส.บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือ 02-134-0303 และ www.immigration.go.th


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 35