อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562

'3โจ๋นักเลงโต'ยันไม่ตั้งใจ กระสุนบังเอิญไปโดนหนุ่ม19

คุมทำแผน 3 วัยรุ่นนักเลงโต ก่อเหตุยิงหนุ่ม 19 บาดเจ็บ อ้างโดนแทงก่อน ชักปืนออกมายิงขู่ แต่กระสุนบังเอิญไปโดนคนเจ็บ ไม่ได้ตั้งใจ เสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.37 น.


จากกรณี 3 วัยรุ่นขี่ จยย.ก่อเหตุทำร้ายร่างกายและใช้ปืนกระหน่ำยิงใส่ นายอธิพงษ์ พงษ์เล็ก อายุ 19 ปี กระสุนพุ่งเจาะชายโครงทะลุได้รับบาดเจ็บ ภายในหมู่บ้านออมทองซอย 3 หมู่ 4 ต.บาปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ ตำรวจสืบทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายกิตติพงศ์ หรือต้า วงษ์เลิศ อายุ 21 ปี นายวชิรพล หรือแมน เกิดสติ อายุ 19 ปี และนายณัฐพงษ์ หรือท๊อป สีหาเนตร อายุ 23 ปี

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ชุดสืบสวน สภ.บางปู ได้นำกำลังจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เอาไว้ได้แล้ว หลังจากหนีไปกบดานที่บ้านเพื่อนภายในบ้านเอื้ออาทร 14 ชั้น 5 ต.บางปู อ.เมืองสมุทรปราการ จับได้พร้อม จยย.ฮอนด้า เวฟ 110 สีน้ำเงินเทา ทะเบียน 2 กต3141 กรุงเทพมหานคร ก่อนคุมตัวมาสอแจ้งข้อหาร่วมกันพยามฆ่าผู้อื่น และคดีอาวุธปืน

สอบสวน นายวชิรพล หรือแมน ให้การว่า ตนกับนายท๊อปเคยมีปัญหากับผู้บาดเจ็บมาก่อน พอดีไปพบเจอผู้บาดเจ็บที่ตลาดตำหรุ และผู้บาดเจ็บได้มองหน้าตน ก่อนจะขี่รถไป ด้วยความสงสัยตนกับนายท๊อปจึงขี่รถไล่ตามมาสอบถามว่ามีปัญหาอะไร โดยที่นายท๊อปได้พกปืนติดตัวมาด้วย เมื่อมาถึงในหมู่บ้านได้ตะโกนถามผู้บาดเจ็บว่ามีปัญหาอะไร แต่กลับถูกผู้บาดเจ็บใช้ไขควงออกมาแทงที่ฝ่ามือตนจนเป็นแผล และแทงนายท๊อปเข้าที่หน้าท้องจนเป็นแผลเช่นกัน



"จากนั้นนายท๊อป ได้ชักปืนออกมาขู่ แต่แค่ขู่เฉยๆไม่ได้ตั้งใจจะยิงอะไร ตอนนั้นพวกผมก็เข้าทำร้ายผู้บาดเจ็บเพื่อเอาคืนบ้าง ก่อนที่ชาวบ้านจะมาห้ามไว้ พอผมทั้งคู่ขี่รถหนีออกมาในสภาพมีเลือดชุ่มตัว พอมาถึงบ้านนายต้า นายต้าเห็นว่าพวกผมถูกแทงเลยโมโหจึงได้แย่งปืนจากนายท๊อป ก่อนให้นายท๊อป ขี่รถพามายังที่เกิดเหตุ ก่อนที่นายต้าจะชักปืนกราดยิงเปิดทางเข้าไป เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้บาดเจ็บก้มลงไปหยิบมีดดาบที่อยู่ใต้ต้นไม้พอดี ทำให้กระสุนพุ่งเจาะร่างผู้บาดเจ็บแบบบังเอิญไม่ได้ตั้งใจ ก่อนใช้เท้าเตะเข้าที่ใบหน้าผู้บาดเจ็บและแย่งเอามีดดาบมา และใช้เท้ากระทืบอีกหลายครั้ง จนชาวบ้านเข้ามาห้าม พวกผมเลยพากันหนีกลับ หาที่ทิ้งปืน กระทั่งมาโดนจับ".







คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 26