อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562

ตร. ติวเข้มไปรษณีย์ไทย-เอกชนรู้เห็นส่งยาเจอคุก

ตร. ติวเข้มไปรษณีย์ไทย-เอกชนรู้เห็นส่งยาเสพติด มีโทษคุก5 ปี ปรับ 50,000 บาท เล็งแก้กฏหมาย กฏกระทรวง ให้ทันสมัยและครอบคุมทุกส่วน จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562 เวลา 12.43 น.

เมื่อวันที่22 ก.ค. ที่ห้องประชุมพรหมนอกชั้น2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. เป็นประธานร่วมกับพล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์รอง ผบช.ปส. เปิดประชุมหารือแนวทางการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านทางไปรษณีย์ไทยพัสดุภัณฑ์และระบบขนส่ง(Logistics) โดยมีตัวแทนหน่วยงานต่างๆอทิกอ.รมน. กระทรวงมหาดไทยกระทรวงคมนาคมกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมบริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัดและผู้ประกอบการภาคเอกชนเข้าร่วมประชุมหารือและขอความร่วมมือเพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านทางไปรษณีย์รวมถึงชี้แจงมาตรการลงโทษทางกฎหมายเพื่อบังคับใช้เอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องป้องกันสกัดกั้นจับกุมกลุ่มลูกค้ายาเสพติดทั้งรายย่อยและรายใหญ่มาอย่างต่อเนื่องจนทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดหันมาเปลี่ยนวิธีการลักลอบขนยาเสพติดโดยขนส่งเป็นพัสดุผ่านระบบไปรษณีย์ไทยและบริษัทขนส่งเอกชนเพิ่มมากขึ้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมประชุมหารือและขอความร่วมมือกำหนดแนวทางการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านทางไปรษณีย์โดยกำหนดแนวทางต่างๆดังนี้ 1. กำชับและให้ผู้ประกอบการเพิ่มความเข้มงวดการปฏิบัติตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่5 (พ. ศ. 2558) โดยในการรับ-ส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์จะต้องบันทึกข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ส่งและผู้รับและการปรับปรุงแก้ไขแอพพลิเคชั่นต้องมีเงื่อนไขในการให้ข้อมูลที่เพียงพอและให้ทำศูนย์ข้อมูลกลางเพื่อง่ายในการร้องขอต่อการตรวจสอบ 2. สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อประสานงานกับผู้ประกอบการโดยให้ทุกสน. สภ. สำรวจสถานประกอบการที่รับ-ส่งไปรษณียภัณฑ์ในทุกเขตพื้นที่เพื่อคอยให้คำแนะนำฝึกอบรมดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายพร้อมทั้งรับแจ้งเหตุหากพบหรือสงสัยว่าเป็นสิ่งของผิดกฎหมายให้แจ้งได้ที่หมายเลข1599, ศูนย์191 ทุกจังหวัดและ1386 สำนักงานป.ป.ส.



3. หากตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการรายใดที่ไม่มีมาตรการที่รัดกุมเพิกเฉยหรือปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบขนส่งยาเสพติดสถานประกอบการนั้นอาจถูกสั่งปิดชั่วคราวหรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตรวมถึงต้องระวางโทษปรับตั้งแต่10,000 บาทถึง50,000 บาท และ4. การที่ผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ให้ปฏิบัติไว้และมีการส่งยาเสพติดผ่านทางผู้ประกอบการรายเดิมๆซ้ำๆและในทางการสืบสวนขยายผลพบว่าเหตุดังกล่าวเป็นการส่อพฤติกรรมในการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนฯจะดำเนินคดีตามพ.ร.บ. มาตรการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดพ. ศ. 2534 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและอาจรวมถึงการยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบตามพ.ร.บ. มาตรการต่างๆส่วนการแก้ไขระยะยาวนั้นจะเป็นการเสนอแก้กฏหมายกฏกระทรวงระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัยและครอบคุมทุกส่วน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวอีกว่า ถึงแม้บริษัทผู้ประกอบการต่างๆจะมีมาตรการในการตรวจสอบบัตรประชาชนหรือสแกนพัสดุแล้วแต่ยังมีผู้ประกอบการบางรายกลับอ้างว่าหากเปิดพัสดุของลูกค้าเพื่อตรวจสอบจนทำให้ของเสียหายจะถูกผู้ใช้บริการฟ้องร้องจึงไม่กล้าเปิด ในส่วนนี้จึงทำให้ยังคงมีผู้ลักลอบใช้เป็นช่องทางขนส่งยาเสพติดทั้งนี้ผู้ประกอบการที่เป็นตัวกลางรับส่งพัสดุจะอ้างไม่รู้เห็นไม่ได้ทั้งที่มีเครื่องมือและวิธีการตรวจสอบอยู่แล้วอีกทั้งผู้ส่งพัสดุต้องยืนยันให้ชัดเจนว่าของที่ส่งไปไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายโดยในวันนี้จะประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางป้องกันและการดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังต่อไป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%