อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

คุมมือบึ้มชี้ภาพสถานที่ บิ๊กแป๊ะสั่งโอนคดีไปกองปราบ

ตำรวจคุมตัวหนุ่มมือระเบิดไปชี้ภาพจุดสถานที่ก่อเหตุและสถานที่หลบหนี แทนการนำตัวไปทำแผนประทุษกรรมในจุดเกิดเหตุ ขณะที่ผบ.ตร. เตรียมสั่งโอนคดีระเบิดป่วนกรุงไปให้กองปราบดำเนินการทั้งหมดเพื่อความสะดวกรวดเร็ว พุธที่ 14 สิงหาคม 2562 เวลา 14.55 น.

จากกรณี เจ้าหน้าที่คุมตัว "นายลูไอ แซแง" อายุ 23 ปี และ "นายวิลดัน มาหะ" อายุ 29 ปี 2 ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยคุมตัวขึ้นเครื่องบินมาจาก จ.นราธิวาส ส่งสน.ปทุมวันคุมตัว และให้สน.บางรักนำตัวนายวิลดันไปฝากขังตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่14 ส.ค. ที่สน.ปทุมวัน นายลูไอ สามารถนอนหลักพักผ่อนได้อย่างสบาย ไม่มีอาการเครียดแต่อย่างใด โดยช่วงเช้ามีญาติ 2 คน เป็นน้าชายและน้าหญิงเข้าเยี่ยม นายลูไอ พร้อมรับประทานอาหารฮาลาลใส่ถุงที่ญาติซื้อมาให้ ซึ่งตามกฎการเยี่ยม คือช่วงเช้าเวลา08.00-09.00 น.ช่วงเที่ยง 12.00-13.00น. และช่วงเย็น 16.00-17.00น. เท่านั้น โดยที่หน้าห้องขังมีกำลังตำรวจคุมเข้มตลอดเวลาและมีการตระเตรียมห้องละหมาดไว้ให้ด้วย ขณะเดียวกันคณะพนักงานสอบสวนในคดีนี้จะแบ่งกันสอบปากคำนายลูไอและนายวิลดันตาม สน.ที่คุมขัง เพื่อหาข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวหาที่แจ้งไว้ต่อไป

ต่อมาในช่วงเที่ยงวัน ทางเจ้าหน้าที่นำตัว นายลูไอ ออกจากห้องขัง เพื่อมาชี้ภาพจุดสถานที่ก่อเหตุและสถานที่หลบหนี แทนการนำตัวไปทำแผนประทุษกรรมในจุดเกิดเหตุ โดยหลังจากคนร้ายทำการชี้ภาพจุดเกิดเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ถ่ายภาพนายลูไอเพื่อทำบันทึกประวัติไว้เป็นข้อมูลตามขั้นตอนทางกฎหมาย หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำตัวพยาน 2 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนขับแท็กซี่ที่รับ 2 ผู้ต้องหาขึ้นรถไปส่งที่สถานีขนส่งหมอชิต มาชี้ยืนยันว่าคนร้ายคือนายลูไอจริงหรือไม่ต่อไป โดยคณะทำงานสอบสวนจะได้สอบปากคำพยานถึงรายละเอียดข้อเท็จจริงในคดีนี้ด้วย โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ได้นำกำลังมาตรวจรอบสน.ปทุมวันเพื่อดูแลความเรียบร้อย เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด

ในส่วนของกรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะมีคำสั่งให้โอนคดีลอบวางระเบิดป่วนกรุงมาให้กับ ตำรวจกองปราบปรามดำเนินการทั้งหมดนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ลงนามในคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากต้องรอขั้นตอนการสอบสวนของคณะพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เจ้าของสำนวนดำเนินการให้เรียบร้อยเสียก่อน อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนของกองปราบฯได้มีการประชุมหารือแนวทางการรับโอนคดีในแต่ละขั้นตอนไปแล้ว ทั้งนี้มีรายงานว่าการควบคุมตัวผู้ต้องหาจะครบกำหนด 48 ชั่วโมงตามกฎหมายในวันพรุ่งนี้ จากนั้นพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน จะต้องนำตัวผู้ต้องหาไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ก่อนที่จะโอนสำนวนคดีมาที่กองปราบ



ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับสาเหตุที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ต้องมีคำสั่งให้โอนคดีทั้งหมดมาที่กองปราบฯเนื่องจากมีเหตุระเบิดและพบระเบิดเกิดขึ้นในหลายท้องที่ และเพื่อให้เกิดความสะดวกในการทำสำนวนของพนักงานสอบสวน รวมถึงกระบวนการอื่นๆ เพราะหากดำเนินการฟ้องร้องตามขั้นตอนปกติจะต้องทำหลายสำนวนทั้งที่คดีเป็นเรื่องเดียวกันและมีความเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะการบรรยายฟ้องในคดีก่อการร้ายที่ บช.น.จะต้องส่งผู้แทนมาแจ้งความกล่าวโทษที่กองปราบฯนั้นจะต้องบรรยายให้เห็นภาพต่อเนื่องว่าคดีระเบิดมีความเชื่อมโยงทั้งในและนอกประเทศ จึงต้องให้กองปราบฯที่มีอำนาจสอบสวนทั่วราชอาณาจักรเป็นผู้ทำสำนวนการสอบสวนและส่งฟ้องที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เพียงศาลเดียวเท่านั้น

ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า ยังมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีระเบิดป่วนกรุงอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา โดยถูกควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เบื้องต้นมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้จำนวน 18 คน หากการสอบสวนพบว่ามีความผิดก็จะทยอยส่งตัวขึ้นมาที่กรุงเทพฯ เพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีในสำนวนการสอบสวนเดียวกันนี้ด้วย


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    71%
  • ไม่เห็นด้วย
    29%

บอกต่อ : 31