อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

จับสึก2เกจิเซ่น'ตะกรุดเหนือดวง' เรียกเงินค่าเวทมนตร์

บุกรวบ 2 เกจิดังร่วมพิธีปลุกเสกทำ "ตะกรุดเหนือดวง" เข้าข่ายทำผิดตามมหาสมาคม เพราะเรียกเงินค่าเวทมนตร์ พฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2562 เวลา 14.27 น.


เมื่อวันที่ 15 ส.ค. พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.สั่งให้ พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ ผบก.ทล. นำกำลังเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีสำนักข่าวแห่งหนึ่งนำเสนอข่าว ระบุว่า สำนักอาจารย์แจ๊ว เหนือดวง เลขที่ 188/3 หมู่ 1 ต.คูขวาง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จัดทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลหลากหลายชนิด อาทิ ตุ๊กตาลูกเทพ กุมารทองเรียกทรัพย์ กุมารพรายเศรษฐี กุมารพรายเรียกทรัพย์ ล็อกเก็ตเศรษฐีหน้าทอง เทพราตรี เทพจำแลงภมร และตะกรุดเหนือดวง หรือตะกรุดพระพุทธเจ้าเหนือดวง

พร้อมอวดอ้างสรรพคุณว่า ผู้ที่บูชาตะกรุดนี้จะเป็นคนเหนือ เป็นคนมีเสน่ห์เมตตามหานิยม เจริญลาภยศสรรเสริญ และมีชื่อเสียงหอมขจรขจาย ทำมาค้าขึ้น ไม่มีวันจน ประสบความสำเร็จทุกด้าน ชีวิตครอบครัวมีความสุขตลอดไป ใครคิดร้ายชีวิตของเขาก็จะแย่ลง ตกต่ำลง หรือคิดจะแข่งขันไม่มีวันจะชนะได้ จากดวงที่ตกถึงขั้นวิกฤติก็จะกลับกลายเป็นดี โดยมีพระเกจิหลายรูปที่เข้าร่วมทำพิธีตะกรุดเหนือดวงด้วย



ชุดสืบสวนจึงประสานข้อมูลกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงก็พบว่าเป็นไปตามที่เสนอข่าว อีกทั้งพบว่าพิธีดังกล่าวมี  หลวงตาแม็ก วัดป่าภูยา จ.หนองบัวลำภู และพระอาจารย์ละ วัดสร้อยสุวรรณ จ.กำแพงเพชร ร่วมทำพิธีด้วย โดยถือเป็นการทำผิดวินัยสงฆ์ จึงแบ่งกำลังเป็น 12 ชุดๆแรก บุกไปที่วัดป่าภูยา ก่อนคุมตัว "หลวงตาแม็ก" หรือ นายจำเริญ แสงดี  อายุ 56 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าภูยา ไปทำการสึก

ขณะที่ชุดสองก็บุกไปที่วัดบ่อสามแสน ก่อนควบคุมตัว "พระอาจารย์ละ" หรือ นายวีระภัทร มาทำมา อายุ 41 ปี เจ้าคณะตำบลนาบ่อดินและเจ้าอาวาสวัดสร้อยสุวรรณ ไปทำการสึกเช่นกัน ซึ่งแจ้งข้อหากับเกจิดังทั้ง 2 ในข้อหา เข้าข่ายความผิดตามประกาศของมหาเถรสมาคม เรื่องห้ามภิกษุ สามเณร เรียกเงินค่าเวทมนตร์ และห้ามทดลองของขลัง พ.ศ.2495



โดยประกาศดังกล่าวระบุว่า “ด้วยปรากฏว่า มีภิกษุบางรูปเห็นแก่อามิสมุ่งลาภสักการะ ตั้งตนเป็นอาจารย์ปลุกเสกลงเลขยันต์ที่ศีรษะบ้าง หน้าผากบ้าง สอนเวทมนตร์เพื่อแคล้วคลาดศัตราวุธบ้าง โดยเรียกเงินจากผู้มาขอให้ปลุกเสกบ้าง เป็นการผิดสมณวิสัยจัดเข้าในอาชีววิบัติมีโทษทางพระวินัย เสื่อมความเชื่อ ความเลื่อมใสของพระพุทธศาสนิกชน ไม่ใช่ข้อปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา ตรงข้ามกลับเป็นที่ตำหนิของสาธุชน เพราะไม่ทนต่อการพิสูจน์ เป็นช่องทางให้พาลชนช่วยโฆษณาชวนให้คนหลงเชื่อ เพื่อทำทุจริตโดยแอบอ้างยึดเอาเป็นอาชีพอันมิชอบ เป็นความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์และพระศาสนา”

นอกจากนี้ยังมีประกาศห้ามไม่ให้ภิกษุเป็นหมอเสน่ห์ยาแฝดอาถรรพณ์ ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า พ.ศ.2476 ระบุว่า “ถ้าภิกษุรูปใดประพฤติล่วงละเมิดเมื่อพิจารณาได้ความจริง ให้เจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะในท้องที่ที่เกิดอธิกรณ์ลงโทษให้สึกเสีย".





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    23%
  • ไม่เห็นด้วย
    77%