อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

ด.ต.เครียดโรครุมรัวยิงเมียดับ-น้องเจ็บระเบิดหัวหนีผิด

เครียดปัญหาครอบครัว-โรครุมเร้า ดาบตำรวจสืบสวนประจวบฯ ชักปืน 9 มม. จ่อยิงเมียรักดับ น้องสาวห้ามถูกลูกหลงเจ็บ จ่อหัวยิงตัวเองตายตามหนีอาญา พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562 เวลา 05.18 น.

เมื่่อกลางดึกวันที่ 22 ส.ค. พ.ต.ต.กิตภากร ภูคำสอน สว.สอบสวน สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันตายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านเลขที่119/1หมู่10บ้านโค้งตาบาง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภีมพล ศรุตานันทะ ผกก.สภ.ท่าไม้รวก ,ชุดสืบสวน และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.เพชรบุรี เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานเพชรบุรี แพทย์เวร รพ.ท่ายาง ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ที่ประตูหน้าบ้านพบศพนางอารี ทับเปลี่ยน อายุ 42ปี สภาพนั่งคอพับไปทางขวา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด9ม.ม.ที่ลำคอ หน้าอก และสีข้างด้านขวา ใกล้กันพบศพ ด.ต.อำนาจ ราญบัว อายุ52ปี ผบ.หมู่.กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ หงายจมกองเลือด ไม่สวมเสื้อ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณขมับขวาจำนวน2นัด ข้างศพพบอาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. ตกอยู่ ตรวจสอบพบกระสุนคาอยู่ในรังเพลิงจำนวน1นัด และยังพบปลอกกระสุนปืน รวม 7ปลอก ตกอยู่ภายในบริเวณบ้านและหัวกระสุนvud1หัว จึงรวบรวมเก็บไว้เป็นหลักฐานนอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก1คน เมืองดีนำตัวส่งรักษาตัวที่ รพ.ท่ายาง ทราบชื่อคือนางอำนวย บุญเต็ม อายุ 49ปี เป็นน้องสาวของ ด.ต.อำนาจ ถูกยิงเข้าที่บริเวณก้นจำนวน1นัด อาการไม่สาหัส



จากการสอบสวน ลูกชายผู้ตาย วัย 17 ปี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนพร้อม พ่อ -แม่ และอาสาวอีก1คน รวม 4คน ได้เดินทางมาจากจ.ประจวบคีรีขันธ์ และเมื่อมาถึงบ้านพ่อบ่นปวดขาและได้วานให้นางอำนวย บีบนวดขาให้ โดยมีตนและแม่นั่งคุยกันอยู่ด้านหน้าประตู แต่จู่ๆพ่อก็ได้ชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงแม่จำนวนหลายนัดจนแน่นิ่งและนางอำนวยได้เข้าห้ามปรามจึงถูกลูกหลงปืนลั่นเข้าที่ก้น จากนั้น พ่อได้ใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตนเองเสียชีวิตนอนจมกองเลือดไปต่อหน้าดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่า สาเหตุครั้งนี้อาจเกิดจากปัญหาภายในครอบครัว และเรื่องโรคประจำตัวที่ด.ต.อำนาจ ต้องกินยาเป็นประจำจนมีอาการเครียด จึงได้ก่อเหตุสลดดังกล่าวขึ้น ซึ่งจะได้สอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%