อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562

เหยื่อรุมชี้ตัวโจรแสบอ้างเป็นตร. เรียกค้นเด็กนร.ชิงมือถือ

สืบสายไหมดักรวบโจรอ้างเป็นตำรวจชิงทรัพย์มือถือเด็กนักเรียน พบเพิ่งพ้นโทษไม่นาน เช็กประวัติก่อเหตุมาหลายพื้นที่  เสาร์ที่ 7 กันยายน 2562 เวลา 11.32 น.


เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 7 ก.ย. พ.ต.อ ทนงศิลป์ มณีโชติ ผกก.สน.สายไหม พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ กิรัมย์ รองผกก.สส. พ.ต.ต.บรรลุ เพลิดนอก สว.สส. และฝ่ายสืบสวน สน.สายไหม ร่วมกันจับกุมนายอุดมศักดิ์ ศรีคชา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 260/214 ซอยพึ่งมี 50 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ในข้อหา "ชิงทรัพย์โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน โดยใช้ยายพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป เพื่อให้พ้นการจับกุม แสดงตนและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจ" จับกุมได้ที่บริเวณริมถนนเทพารักษ์ แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. เวลา 17.25 น. ที่ผ่านมา



สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายถูกคนร้ายขับขี่รถจยย. ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นเอ็นแม็กซ์ สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อ้างเป็นตำรวจขอตรวจค้นใต้เบาะรถจยย. ของเด็กนักเรียนที่อยู่กัน 2 คน จากนั้นจึงบังคับให้ส่งโทรศัพท์มือถือมา หากวิ่งหนีจะใช้ปืนยิง เด็กนักเรียนทั้ง 2 จึงยื่นโทรศัพท์ให้ จากนั้นคนร้ายให้สั่งให้เด็กคนหนึ่งเดินเข้าไปในซอย ส่วนอีกคนบังคับให้ซ้อนท้ายรถจยย. ของคนร้ายแล้วขับออกไปจากซอย ก่อนจะไปปล่อยลงที่ปากซอยสายไหม 56 และหลบหนีไป เหตุเกิดที่ตลาดนัดสายไหม ซอยสายไหม 43 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้วางแผนดักสังเกตการณ์อยู่บริเวณโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 75 เฉลิมพระเกียรติ เวลาประมาณ 17.00 น. พบชายคนร้ายขับขี่รถจยย. ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมจากการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายยี่ห้อวีโว่ สีดำ 1 เครื่อง จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สน.สายไหม



จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุลักษณะนี้อีกหลายครั้งในหลายพื้นที่ ก่อนหน้าที่ก่อเหตุชิงทรัพย์โทรศัพท์เด็กนักเรียนมา 2 เครื่องแต่ขายไปแล้ว 1 เครื่อง จากการสอบสวนขยายผลทราบว่าคนร้ายเพิ่งจะพ้นโทษจำคุกในปี 62 ในคดีลักษณะนี้มาแล้ว โดยก่อเหตุในเดือน ม.ค. พื้นที่ สน.พหลโยธิน เดือน มี.ค. และเดือน พ.ค. พื้นที่ สน.สายไหม เบื้องต้นส่งตัวพนักงานสอบสวน สน.สายไหม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%