อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

พี่ผัวบุกแทงน้องสะไภ้ดับ แค้นเล่นแง่ไม่คืนทรัพย์10ล.

พี่ผัวโร่มอบตัวหลังก่อเหตุแทงน้องสะไภ้ดับ อ้างพลั้งมือฆ่าหลังไปทวงทรัพย์สินนับ 10 ล้านที่ฝากไว้ในตู้เซฟธนาคารแล้วเล่นแง่ไม่ยอมคืน พฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562 เวลา 19.25 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 12 ก.ย. ร.ต.อ.กิตติพงษ์ บุญเศรษฐ รอง สว.(สอบสวน) สน.เพชรเกษม ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ภายในบ้านเลขที่ 575/29 หมู่บ้านเพชรเกษม 2 ซอย 2 ถนนเพชรเกษม ซอย 55/2 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม.จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ สูง 2 ชั้น จากการตรวจสอบบริเวณห้องโถงชั้นล่าง พบศพ นางวาสนา จันตะ อายุ 50 ปี เจ้าของบ้าน อาชีพค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาล นอนเสียชีวิตตามตัวพบถูกทำร้ายด้วยของแข็งทั่วร่างกาย และยังมีบาดแผลถูกแทงและฟันด้วยมีด ส่วนสภาพที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้ จนข้าวของกระจัดกระจายเลือดนองเกลื่อนพื้น ใกล้ๆ กันกับศพพบแผงพับ สำหรับขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเปื้อนเลือดของผู้ตายตกอยู่ 1 ชุด มีดพับเปื้อนเลือดความยาวประมาณ 4 นิ้ว ตกอยู่ 1 เล่ม และสากกะเบือหักเปื้อนเลือดตกอยู่ 1 อัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดไว้เป็นหลักฐาน



จากการสอบสวน นางสุทธิมา จันตะ อายุ 46 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิต ทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวพี่สาวพักอยู่กับสามีคือ นายสมบูรณ์ ทูลธรรมวรกุณ อายุ 54 ปี เพียง 2 คน ซึ่งทั้งคู่อยู่กันแบบเลิกราแต่ไม่หย่าร้าง มีการแบ่งสมบัติกันทั้งบ้าน รถยนต์ และทรัพย์สินต่างๆ ที่นำไปฝากไว้ในตู้เซฟธนาคาร โดยทีแรกทรัพย์สินในตู้เซฟนั้นทางพี่เขยได้ยกให้พี่สาวตนทั้งหมด จนมาระยะหลัง ทราบว่าพี่เขยจะขอทวงทรัพย์สินบางส่วนในตู้เซฟคืน จนเกิดการขัดแย้งกันรุนแรง มีญาติฝ่ายพี่เขยเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการขู่ฆ่าจะทำร้ายร่างกายพี่สาวตน และมีการแจ้งความดำเนินคดีกัน  กระทั่งบ่ายวันนี้ มีชาวบ้านโทรฯมาบอกว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุพบ นายทรงธรรม ทูลธรรมวรกุณ อายุ 63 ปี พี่ชาย สามีของ นางวาสนา ขับรถยนต์มาที่บ้าน จากนั้นได้ยินเสียงทะเลาะกันดังลั่น ก่อนที่พี่สาวจะส่งเสียงหวีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย สักพัก นายทรงธรรม ก็ขับรถยนต์ออกจากบ้านไปด้วยความเร่งรีบ จนมีผู้เข้าไปพบว่านางวาสนา ถูกฆ่าตาย



ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น.นายทรงธรรม ได้เดินทางไปที่ สน.เพชรเกษม เพื่อมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับรับสารภาพว่า ตนเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าน้องสะใภ้จริง ก่อนหน้านี้ตนมีทรัพย์สินเป็นนาฬิกา ทองรูปพรรณ และเครื่องเพชร มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่สะสมมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ต่อมาทราบว่า น้องชายตนซึ่งเป็นสามีผู้ตาย มีตู้เซฟอยู่ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ตนจึงนำทรัพย์สินฝากไว้ในตู้เซฟของน้องชาย กระทั่งมารู้ภายหลังว่าน้องชายกับผู้ตายเลิกราโดยไม่มีการหย่าร้าง แต่กลับมอบกรรมสิทธิ์ตู้เซฟและทรัพย์สินทั้งหมดในตู้เซฟให้เป็นของฝ่ายภรรยา  ตนจึงพยายามทวงทรัพย์สินที่ฝากไว้คืนตั้งแต่ปี 60 แต่กลับถูกผู้ตายบ่ายเบี่ยง จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ กับตำรวจสภ.เพชรเกษม ข้อหายักยอกทรัพย์ เป็นคดีความจนทุกวันนี้  กระทั่งวันนี้เข้าไปทวงทรัพย์สินที่บ้านอีก และเห็นผู้ตาย นำนาฬิกาโรเล็กซ์ ซึ่งเป็นของตนมาใส่ทำให้เกิดทะเลาะกันต่างฝ่ายต่างทำร้ายกัน โดยตนนั้นถูกผู้ตาย ใช้แผงขายสลากกินแบ่งและสากกระเบือตี และพยายามหยิบมีดทำครัวพุ่งเข้าหาตน จึงพลั้งมือชักมีดพับที่ติดตัวไว้จากกระเป๋ากางเกงด้านหลังแทงผู้ตายไปตามร่างกายหลายแห่ง จากนั้นตัดสินใจเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 37