อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562

สั่งประหาร'เสี่ยอ้วน'รัวฆ่าโหด 'สปาย-ฟอส'หน้าเขาชีจรรย์

ศาลจังหวัดพัทยา สั่งประหารชีวิต "เสี่ยอ้วน" ฆ่าน้องสปายกับฟอส หนุ่มคนสนิท หน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ชลบุรี แต่คำให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต พุธที่ 18 กันยายน 2562 เวลา 13.10 น.


จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จัดทีมสังหารบุกไปก่อเหตุกระหน่ำยิง น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี กับ นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอส อายุ 21 ปี หนุ่มคนสนิท ที่หน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ หมู่ 6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ศาลจังหวัดพัทยา อ่านคำพิพากษาคดี นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วนพร้อมพวกรวม 6 คน ร่วมกันฆ่าน้องสปาย และฟอส หนุ่มคนสนิท โดยมีรายละเอียด ให้ประหารชีวิต นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน นายเกียรติศักดิ์ สุรางค์แสงมีบุญ หรือ บอล คนขับรถฮอนด้าซีอาร์วีพาเสี่ยอ้วนกับทีมมือปืนไปก่อเหตุ และนายณรงค์ วรินทรเวช หรือ บ่าว มือปืนที่เสี่ยอ้วนจ้างวาน แต่จำเลยทั้ง 3 ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ส่วนนายสายันต์ มือชี้เป้า ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 50 ปี ขณะที่ นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือ ป๊อบปี้ ทำหน้าที่ขับรถคุ้มกันทีมเสี่ยอ้วนและตามประกบกลุ่มผู้ตาย และนายกฤษณะ ศรีสุข หรือ มด คนคุ้มกันเสี่ยอ้วน ศาลสั่งจำคุกคนละ 16 ปี พร้อมให้จำเลยที่ 1-6 ชดใช้ค่าเสียหายให้กับครอบครัวนายอนันตชัย หรือ ฟอส และครอบครัวนางสาวปวีณา หรือ สปาย รวมคนละ 7 ล้านกว่าบาท

ในวันนี้นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของน้องสปาย ซึ่งเดินทางมารับฟังคำพิพากษา กล่าวว่า อยากให้ศาลลงโทษสูงสุดกับจำเลยทุกคน หรือประหาร “เสี่ยอ้วน”คนบงการ แต่ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไรก็เคารพในคำตัดสิน จะไม่อุทธรณ์คดี แต่หากฝั่งจำเลยอุทธรณ์ก็จะสู้ให้ถึงที่สุดเช่นกัน

รอยยิ้มสุดท้าย'เสี่ยอ้วน'ผ่านห้องขัง ก่อนคุมตัวส่งศาล         

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%