อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2562

ผัวโหดฆ่าเมียฝังใต้กอไผ่ สะท้อนใช้รุนแรงในครอบครัว

หัวอกพ่อวัย 81 ปี ตามหาลูกสาวอายุ 54 ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยนาน 3 เดือน ก่อนพบฟันกรามและเส้นผมตกในสวนลำใยของผู้เป็นสามี สุดท้ายเป็นศพถูกฆ่าฝังใต้กอไผ่ท้ายไร่อ้อย ตำรวจเร่งล่าตัว 'ผัวโหด' พฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 07.30 น.

กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญ และสะท้อนการใช้ความรุนแรงในครอบครัวอีกหนึ่งคดี เมื่อนายทึ่ง ปิงขอด อายุ 81 ปี ได้เข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.มนูญ ม่วงมิตร สว.สอบสวน สภ.วังเจ้า จ.ตาก ว่า นางปราณี อินธิมา อายุ 54 ปี บุตรสาว  ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นเวลานานกว่า 3 เดือน คาดว่าอาจจะเสียชีวิตและศพน่าจะถูกฝังดินอยู่ในบริเวณสวนลำไยพื้นที่หมู่ 4 ต.นาโบสถ์ ของ นายอนุชา คำพา อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นสามี

หลังรับแจ้งความพ.ต.ท.ณรงค์ คำทราย รอง ผกก.สภ.วังเจ้า พฐ.ตาก ได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมกับญาติของนางปราณี ที่เดินทางมาจาก จ.กำแพงเพชร 50 คน ใช้รถกระบะ 7 คัน ทั้งหมดลงขันออกค่าน้ำมันเพื่อมาติดตามหาศพ โดยที่เกิดเหตุอยู่กลางสวนลำไยและมะนาว บนพื้นที่ 5 ไร่ พบเนินดินต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นที่ฝังศพนางปราณี อยู่ข้างเพิงพักกลางสวน ก่อนหน้านี้ ญาติได้เดินหาและใช้เหล็กแหลมทิ่มบริเวณเนินดินต้องสงสัย ก็พบความผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมา จึงใช้จอบขุดหน้าดิน พบชิ้นส่วนฟันกราม 2 ซี่ เส้นผมสีดำยาวจำนวนหนึ่ง มีกลิ่นเหม็นเน่าติดเส้นผม จึงประสานขอรถไถจากชาวบ้านมาช่วยเปิดหน้าดินลึกประมาณ 1 เมตร แต่ก็ยังไม่พบศพ มีเพียงกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาเป็นระยะๆ และจางหายไป ใช้เวลานานกว่า 2 ชม.แต่ไม่พบศพ เจ้าหน้าที่จึงหยุดค้นหา



จากนั้น พฐ.ตาก ได้เชิญตัว นายทึ่ง บิดาของนางปราณี ไปเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอเพื่อเปรียบเทียบกับชิ้นส่วนฟันและเส้นผมที่พบในจุดเกิดเหตุ โดยจะส่งตรวจที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 จ.ลำปาง ใช้ระยะเวลา 30 วัน จึงจะทราบผลว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นของนางปราณี หรือไม่ ขณะที่นายทึ่ง ให้การว่า ลูกสาวได้แต่งงานอยู่กินกับนายอนุชา สามี ย้ายมาอยู่กับสามีที่ จ.ตาก เป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว ทั้งคู่ชอบดื่มสุราและมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ ฝ่ายชายชอบลงไม้ลงมือตบตีภรรยา ชาวบ้านใกล้เคียงทราบดี ก่อนที่ลูกสาวจะหายตัวไปได้โทรฯไปหาหลานสาวที่ทำงานอยู่ที่ กทม.บอกให้มารับตัวกลับบ้านด้วยเพราะนายอนุชาทำร้ายร่างกายทนไม่ไหว แต่หลานยังทำงานอยู่ไม่สามารถมารับตัวกลับได้ กระทั่งวันที่ 14 ก.ค. ญาติๆ ได้โทรไปหาแต่ลูกสาวติดต่อไม่ได้แล้ว โทรหานายอนุชา สามี แต่ก็ไม่รับเช่นกัน พยายามติดตามนานกว่า 3 เดือน ก็ยังไม่พบ



นายทึ่ง ยังระบุว่า ก่อนหน้านี้ 15 วัน ญาติสงสัยว่า จะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับนางปราณี จึงเตรียมจะแจ้งความกับตำรวจ ทำให้พอตัวสามีรู้ว่าจะถูกแจ้งจึงกลัวความผิดรีบหนีหายไป อ้างว่าจะไปทำงานที่ กทม.จึงมั่นใจว่าลูกสาวต้องโดนสามีฆาตกรรมแน่นอน จากนั้นระหว่างที่ได้ติดตามหานางปราณี หลานสาวของนางปราณี ได้ฝันว่า นางปราณี บอกว่าช่วยด้วยถูกฆ่าฝังอยู่ในไร่ของสามี ซึ่งก็ตรงตามที่หลานสาวฝัน แต่ก็พบเพียงชิ้นส่วนฟันกรามและเส้นผม ยังไม่พบศพหรือชิ้นส่วนโครงกระดูกแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามเหมือนฟัามีตา เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี พยายามช่วยกันค้นหา จนได้พบศพ นางปราณี ถูกฝังอยู่ในดินใต้กอไผ่ ท้ายไร่อ้อย ฝั่งตรงข้าม ของสวนลำไยของนายอนุชา ประมาณ 150 เมตร โดยศพถูกหมกในดินขุดลงไป ลึกประมาณครึ่งเมตร อยู่ในสภาพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง  เจ้าหน้าที่พบตามร่างกายถูกทำร้ายหลายแห่ง คาดว่าเสียชีวิตนานประมาณ  20 วัน  จึงได้ประสาน แพทย์เวรจากโรงพยาบาลวังเจ้า เดินทางมาชันสูตรพลิกศพ พร้อมติดต่อ นายทึ่ง และญาติเดินทางมาจาก หมู่ที่ 2 ต.คลองน้ำไหล อ.คลองลาน  จ.กำแพงเพชร เพื่อยืนยันว่าใช่นางปราณีหรือไม่



ทันทีที่ นายทึ่ง เห็นศพก็ยืนยันว่าเป็นศพลูกสาว พนักงานสอบสวนจึงเตรียมขอศาลจังหวัดตาก อนุมัติหมายจับ นายอนุชา สามีผู้ตาย โดยขณะนี้กำลังหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้านพ.ต.อ.ไสว  ครุฑผาสุก รอง ผบก.ภ.จว.ตาก กล่าวว่า ได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามคนร้ายแล้ว และทราบเบาะแสที่หลบซ่อนของคนร้ายแล้วแต่ยังเปิดเผยไม่ได้ คาดว่าจะติดตามตัวมาดำเนินคดีได้ภายในเร็ววันนี้

ขณะที่นายทึ่ง กล่าวว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้เร่งติดตามคดี จนสามารถคลี่คลายคดีได้ในระดับหนึ่ง ก็ขอบอกให้นายอนุชา คนร้ายให้มามอบตัว ยอมรับในสิ่งที่ทำไป และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีลงโทษให้ถึงที่สุดประหารชีวิตให้ตกไปตามกัน จะไม่อโหสิกรรมให้นายอนุชา เพราะคนร้ายกระทำการอย่างโหดเหี้ยม

สำหรับคดีนี้คงต้องดูกันว่าตำรวจจะสามารถติดตามผัวใจโหดรายนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้หรือไม่ เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญคดีหนึ่งทีเดียว



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 37