อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562

อังคณาหวั่นย้าย'กรวัชร์' พ้นรองDSIทำคดี'บิลลี่'ชะงัก!

"อังคณา นีละไพจิตร" หวั่นกรณีโยกย้าย "พ.ต.ท.กรวัชร์" รองDSI ผู้ทำคดี "บิลลี่" ไปเป็นผู้ตรวจการฯ แม้ตำแหน่งสูงขึ้น แต่อาจทำคดีดังชะงัก ทั้งที่ใกล้ออกหมายจับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง!  พุธที่ 16 ตุลาคม 2562 เวลา 20.45 น.


จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ มีมติโยกย้ายข้าราชการพลเรือนหลายตำแหน่ง โดยหนึ่งในนั้นคือการโยกย้าย พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม โดยก่อนการโยกย้ายดังกล่าว "พ.ต.ท.กรวัชร์" เป็นผู้ทำคดีการหายตัวไปของบิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงแก่งกระจาน ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จนทำให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ต.ค.  "อังคณา นีละไพจิตร" กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กระบุ "#Billy #StopEnforcedDisappearance #StopImpunity อ่านข่าว ค.ร.ม. มีมติย้าย พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้รับผิดชอบคดีการบังคับสูญหาย พอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ แล้วรู้สึกกังวลอย่างมากว่าอาจมีผลกระทบต่อการสืบสวนสอบสวนคดีบิลลี่" เนื่องจากที่ผ่านมาการทำคดีของ พ.ต.ท.กรวัชร์ ทำให้คดีบิลลี่มีความก้าวหน้ามาก ถือเป็นคดีการบังคับสูญหายคดีแรกในประเทศไทยที่สามารถเปิดเผยที่อยู่และชะตากรรมของผู้สูญหายได้ แม้การเปิดเผยความจริงจะสร้างความสะเทือนใจอย่างมากต่อครอบครัวและสังคม

ทั้งนี้ในฐานะผู้รับผิดชอบคดี พ.ต.ท.กรวัชร์ เคยรับปากว่าจะสามารถออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับการอุ้มฆ่าบิลลี่ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ในเร็ววัน ซึ่งน่าจะเป็นปลายปีนี้ การย้าย พ.ต.ท.กรวัชร์ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนในขณะที่คดีกำลังมีความก้าวหน้าอย่างมากจึงน่าจะส่งผลกระทบต่อคดีบ้างไม่มากก็น้อย

"ก็เข้าใจได้ว่าการโยกย้ายเพื่อรับตำแหน่งผู้ตรวจราชการซึ่งสูงขึ้นเป็นการโยกย้ายเพื่อความก้าวหน้า แต่อย่างน้อยเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ครอบครัวและสังคม ค.ร.ม. #ควรให้พตทกรวัชร์รับผิดชอบคดีบิลลี่ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนต่อไปจนกว่าจะมีการออกหมายจับผู้กระทำผิดและคดีถูกนำขึ้นสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรม" เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ครอบครัวและสังคมว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการคลี่คลายคดีนี้และการโยกย้ายจะไม่ส่งผลกระทบต่อการจับกุมผู้กระทำผิด พร้อมๆกัน ครม.ควรยืนยันมติให้สัตยาบันอนุสัญญาการบังคับสูญหายของสหประชาชาติ และเสนอร่าง พรบ.ทรมานและบังคับสูญหาย ให้สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งพิจารณาโดยเร็ว หลังจากที่ สนช. ไม่พิจารณาร่าง พรบ.ดังกล่าว..



ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @Angkhana Neelapaijit


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    89%
  • ไม่เห็นด้วย
    11%