อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562

ฝากขัง"นายพล"คดีฉ้อโกง ญาติยื่น3ล้านแต่วืดประกัน

ตร.ดอนเมืองคุมตัว "พล.อ.สมโภชน์" อดีตที่ปรึกษาแม่ทัพภาค 4 ฝากขังศาล หลังต้องคดี "ฉ้อโกงปชช." ลวงเงินกว่า 44 ล้านบาท ก้มหน้านอนคุกศาลไม่ให้ประกัน พุธที่ 16 ตุลาคม 2562 เวลา 21.28 น.


วันที่ 16 ต.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง คุมตัว พล.อ.สมโภชน์ เงินเจริญ อายุ63 ปี อดีตที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 4 (พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช) และอดีตผู้ช่วยหัวหน้าเสนาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 1453/2562 ลงวันที่ 19 ก.ย. 2562 ฐานฉ้อโกงประชาชนรวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 44,333,300 บาท มาฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 – 27 ต.ค. นี้เนื่องจากต้องสอบพยานอีก 7 ปาก, รอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา และสรุปสำนวนเสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาสั่งการ

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า ช่วงเดือน มี.ค. 2561 ผู้ต้องหาได้ชักชวนผู้เสียหายเข้าร่วมโครงการ “ติดตั้งหลอดประหยัดไฟ LED ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ” โดยผู้ต้องหาได้แนะนำตัวว่าเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สามารถรับงานได้ 100 โรงเรียน ที่ จ.ขอนแก่น งบประมาณโรงเรียนละไม่เกิน 5 แสนบาท เพื่อให้รองรับเป็นการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐแบบเฉพาะเจาะจง ผู้เสียหายต้องจ่ายค่าจองงานเป็นค่าดำเนินงานภายในพื้นที่ จำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ ของค่างานทั้งหมด หลังจากเห็นเอกสารและผู้ร่วมงานเป็นข้าราชการระดับผู้อำนวยการโรงเรียน ทำให้เชื่อว่าเป็นผู้ต้องหาเป็นตัวแทนโครงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐจริง จึงได้โอนเงินจำนวนหลักแสนถึงหลักล้านบาทซึ่งถือเป็นค่าดำเนินการหรือค่านายหน้าให้กับผู้ต้องหาและผู้ร่วมขบวนการ

ต่อมาผ่านไปหลายเดือนผู้เสียหายไม่ได้รับการจ้างงานและเงินของงบประมาณจากภาครัฐตามที่ตกลงไว้ และทวงถามมาตลอด จนถึงเดือน ม.ค. 2562 ก็ยังไม่ได้เซ็นสัญญาจ้างงานเพื่อทำโครงการดังกล่าว ผู้ต้องหาเลื่อนมาเรื่อยๆ อ้างว่าเบิกงบไม่ทัน ไม่สามารถทำโครงการนี้ได้ จนผู้เสียหายได้เห็นข่าวจึงทราบว่าถูกหลอก ต่อมาพนักงานสอบสวนจับกุมผู้ต้องหาได้ในวันนี้ (16 ต.ค.) จึงแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 343 โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ในวันนี้มีตัวแทนจากบริษัทผู้เสียหาย รวม 7 บริษัท ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาด้วย ขณะที่ญาติของผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวน 3 ล้านบาท ขอปล่อยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี รวมทั้งจำนวนทุนทรัพย์ความเสียหายแล้ว เห็นว่า หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้นำตัวผู้ต้องหาไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในชั้นฝากขังนี้ต่อไป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%